แมวขนร่วงเป็นวง เกิดจากเชื้อราหรือไม่?
อัพเดทล่าสุด: 20 ก.ค. 2026
297 ผู้เข้าชม

แมวขนร่วงเป็นวง เกิดจากเชื้อราหรือไม่?
เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวมี ขนร่วงเป็นวง หลายคนมักคิดว่าเป็น “เชื้อรา” ทันที ซึ่งเชื้อราเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากโรคผิวหนังหลายชนิด การรักษาแต่ละโรคแตกต่างกัน หากรักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจทำให้อาการลุกลามและใช้เวลารักษานานขึ้น
เชื้อราในแมวคืออะไร?
โรคเชื้อราในแมว (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิด Dermatophytes ซึ่งสามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์กับสัตว์ รวมถึงจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของเชื้อราในแมว
- ขนร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
- คันหรือเกาบ่อย
- ขนเปราะหักง่าย
- มักพบบริเวณใบหน้า หู ขา และหาง
ในบางตัวอาจไม่มีอาการคัน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ขนร่วงเป็นวง อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน อาการขนร่วงเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก
- โรคไรขี้เรื้อน (Demodex)
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- แพ้หมัดหรือเห็บ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- การเลียตัวมากผิดปกติจากความเครียด
- โรคฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้น การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงมีความสำคัญก่อนเริ่มรักษา
สัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราหรือไม่ สัตวแพทย์อาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตรวจด้วย Wood’s Lamp (แสงอัลตราไวโอเลต)
- ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture)
- ตรวจด้วยวิธี PCR ในบางกรณี
- ขูดผิวหนังเพื่อตรวจหาไรหรือปรสิต
การตรวจที่ถูกต้องจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากเป็นเชื้อรา ต้องรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ยาทาฆ่าเชื้อรา
- ยารับประทานในรายที่ติดเชื้อหลายตำแหน่ง
- อาบน้ำด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา
- ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน กรง ของเล่น และเครื่องนอน
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่นชั่วคราว
เจ้าของควรให้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญเชื้อรากลุ่มนี้สามารถติดต่อสู่เจ้าของหรือคนเลี้ยงที่สัมผัสแมวที่เป็นโรคได้
วิธีป้องกันเชื้อราในแมว
- ดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย
- หมั่นแปรงขนและตรวจสุขภาพผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีรอยโรค
- แยกแมวใหม่ก่อนนำเข้าบ้าน
- เสริมโภชนาการเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
- พาแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เมื่อไรควรพาแมวพบสัตวแพทย์?
หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ขนร่วงเป็นวงหลายตำแหน่ง แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีอาการคันมากหรือเกาจนเป็นแผล รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเริ่มมีผื่นแดงเป็นวงหลังสัมผัสแมว ดังนั้น ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
แมวขนร่วงเป็นวงอาจเกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังชนิดอื่น การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการแพร่เชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำ: หากสังเกตเห็นแมวขนร่วงผิดปกติ อย่าซื้อยามารักษาเอง เพราะการรักษาที่ไม่ตรงสาเหตุอาจทำให้อาการเรื้อรังและรักษายากกว่าเดิม และใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวมี ขนร่วงเป็นวง หลายคนมักคิดว่าเป็น “เชื้อรา” ทันที ซึ่งเชื้อราเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากโรคผิวหนังหลายชนิด การรักษาแต่ละโรคแตกต่างกัน หากรักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจทำให้อาการลุกลามและใช้เวลารักษานานขึ้น
เชื้อราในแมวคืออะไร?
โรคเชื้อราในแมว (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิด Dermatophytes ซึ่งสามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์กับสัตว์ รวมถึงจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของเชื้อราในแมว
- ขนร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
- คันหรือเกาบ่อย
- ขนเปราะหักง่าย
- มักพบบริเวณใบหน้า หู ขา และหาง
ในบางตัวอาจไม่มีอาการคัน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ขนร่วงเป็นวง อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน อาการขนร่วงเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก
- โรคไรขี้เรื้อน (Demodex)
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- แพ้หมัดหรือเห็บ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- การเลียตัวมากผิดปกติจากความเครียด
- โรคฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้น การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงมีความสำคัญก่อนเริ่มรักษา
สัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราหรือไม่ สัตวแพทย์อาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตรวจด้วย Wood’s Lamp (แสงอัลตราไวโอเลต)
- ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture)
- ตรวจด้วยวิธี PCR ในบางกรณี
- ขูดผิวหนังเพื่อตรวจหาไรหรือปรสิต
การตรวจที่ถูกต้องจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากเป็นเชื้อรา ต้องรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ยาทาฆ่าเชื้อรา
- ยารับประทานในรายที่ติดเชื้อหลายตำแหน่ง
- อาบน้ำด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา
- ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน กรง ของเล่น และเครื่องนอน
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่นชั่วคราว
เจ้าของควรให้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญเชื้อรากลุ่มนี้สามารถติดต่อสู่เจ้าของหรือคนเลี้ยงที่สัมผัสแมวที่เป็นโรคได้
วิธีป้องกันเชื้อราในแมว
- ดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย
- หมั่นแปรงขนและตรวจสุขภาพผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีรอยโรค
- แยกแมวใหม่ก่อนนำเข้าบ้าน
- เสริมโภชนาการเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
- พาแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เมื่อไรควรพาแมวพบสัตวแพทย์?
หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ขนร่วงเป็นวงหลายตำแหน่ง แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีอาการคันมากหรือเกาจนเป็นแผล รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเริ่มมีผื่นแดงเป็นวงหลังสัมผัสแมว ดังนั้น ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
แมวขนร่วงเป็นวงอาจเกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังชนิดอื่น การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการแพร่เชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำ: หากสังเกตเห็นแมวขนร่วงผิดปกติ อย่าซื้อยามารักษาเอง เพราะการรักษาที่ไม่ตรงสาเหตุอาจทำให้อาการเรื้อรังและรักษายากกว่าเดิม และใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคไตไม่ใช่โรคร้ายเสมอไป…แมวหลายตัวสามารถอยู่กับโรคไตได้ หลายปี หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และตรวจพบเร็ว “ยิ่งรู้เร็ว = ยิ่งช่วยยืดอายุแมวได้” โรคไตในแมว เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในแมวอายุมากกว่า 7 ปี และมักเป็นแบบ เรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ สามารถชะลออาการและยืดอายุแมวได้ หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างเหมาะสม
12 เม.ย. 2026
บ่อยครั้งที่ปัญหาเรื่อง "กระดูกและข้อต่อ" เริ่มต้นจากสัญญาณเตือนเล็กๆ ในบ้านที่คุณพ่อคุณแม่อาจมองข้าม หรือคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของอายุที่มากขึ้น...
10 ก.ค. 2026
รู้ทันก่อนเสี่ยงอุดตันทางเดินปัสสาวะ
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมว (Feline Bladder Stones หรือ Urolithiasis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในแมวทุกช่วงวัย เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในปัสสาวะจนรวมตัวเป็นก้อนนิ่ว ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก และในบางรายอาจเกิดภาวะท่อปัสสาวะอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
26 ก.ค. 2026


