แมวขนร่วงเป็นวง เกิดจากเชื้อราหรือไม่?
Last updated: 20 Jul 2026
13 Views

แมวขนร่วงเป็นวง เกิดจากเชื้อราหรือไม่?
เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวมี ขนร่วงเป็นวง หลายคนมักคิดว่าเป็น “เชื้อรา” ทันที ซึ่งเชื้อราเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากโรคผิวหนังหลายชนิด การรักษาแต่ละโรคแตกต่างกัน หากรักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจทำให้อาการลุกลามและใช้เวลารักษานานขึ้น
เชื้อราในแมวคืออะไร?
โรคเชื้อราในแมว (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิด Dermatophytes ซึ่งสามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์กับสัตว์ รวมถึงจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของเชื้อราในแมว
- ขนร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
- คันหรือเกาบ่อย
- ขนเปราะหักง่าย
- มักพบบริเวณใบหน้า หู ขา และหาง
ในบางตัวอาจไม่มีอาการคัน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ขนร่วงเป็นวง อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน อาการขนร่วงเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก
- โรคไรขี้เรื้อน (Demodex)
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- แพ้หมัดหรือเห็บ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- การเลียตัวมากผิดปกติจากความเครียด
- โรคฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้น การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงมีความสำคัญก่อนเริ่มรักษา
สัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราหรือไม่ สัตวแพทย์อาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตรวจด้วย Wood’s Lamp (แสงอัลตราไวโอเลต)
- ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture)
- ตรวจด้วยวิธี PCR ในบางกรณี
- ขูดผิวหนังเพื่อตรวจหาไรหรือปรสิต
การตรวจที่ถูกต้องจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากเป็นเชื้อรา ต้องรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ยาทาฆ่าเชื้อรา
- ยารับประทานในรายที่ติดเชื้อหลายตำแหน่ง
- อาบน้ำด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา
- ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน กรง ของเล่น และเครื่องนอน
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่นชั่วคราว
เจ้าของควรให้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญเชื้อรากลุ่มนี้สามารถติดต่อสู่เจ้าของหรือคนเลี้ยงที่สัมผัสแมวที่เป็นโรคได้
วิธีป้องกันเชื้อราในแมว
- ดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย
- หมั่นแปรงขนและตรวจสุขภาพผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีรอยโรค
- แยกแมวใหม่ก่อนนำเข้าบ้าน
- เสริมโภชนาการเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
- พาแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เมื่อไรควรพาแมวพบสัตวแพทย์?
หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ขนร่วงเป็นวงหลายตำแหน่ง แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีอาการคันมากหรือเกาจนเป็นแผล รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเริ่มมีผื่นแดงเป็นวงหลังสัมผัสแมว ดังนั้น ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
แมวขนร่วงเป็นวงอาจเกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังชนิดอื่น การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการแพร่เชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำ: หากสังเกตเห็นแมวขนร่วงผิดปกติ อย่าซื้อยามารักษาเอง เพราะการรักษาที่ไม่ตรงสาเหตุอาจทำให้อาการเรื้อรังและรักษายากกว่าเดิม และใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวมี ขนร่วงเป็นวง หลายคนมักคิดว่าเป็น “เชื้อรา” ทันที ซึ่งเชื้อราเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากโรคผิวหนังหลายชนิด การรักษาแต่ละโรคแตกต่างกัน หากรักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจทำให้อาการลุกลามและใช้เวลารักษานานขึ้น
เชื้อราในแมวคืออะไร?
โรคเชื้อราในแมว (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิด Dermatophytes ซึ่งสามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์กับสัตว์ รวมถึงจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของเชื้อราในแมว
- ขนร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
- คันหรือเกาบ่อย
- ขนเปราะหักง่าย
- มักพบบริเวณใบหน้า หู ขา และหาง
ในบางตัวอาจไม่มีอาการคัน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ขนร่วงเป็นวง อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน อาการขนร่วงเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก
- โรคไรขี้เรื้อน (Demodex)
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- แพ้หมัดหรือเห็บ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- การเลียตัวมากผิดปกติจากความเครียด
- โรคฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้น การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงมีความสำคัญก่อนเริ่มรักษา
สัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราหรือไม่ สัตวแพทย์อาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตรวจด้วย Wood’s Lamp (แสงอัลตราไวโอเลต)
- ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture)
- ตรวจด้วยวิธี PCR ในบางกรณี
- ขูดผิวหนังเพื่อตรวจหาไรหรือปรสิต
การตรวจที่ถูกต้องจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากเป็นเชื้อรา ต้องรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ยาทาฆ่าเชื้อรา
- ยารับประทานในรายที่ติดเชื้อหลายตำแหน่ง
- อาบน้ำด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา
- ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน กรง ของเล่น และเครื่องนอน
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่นชั่วคราว
เจ้าของควรให้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญเชื้อรากลุ่มนี้สามารถติดต่อสู่เจ้าของหรือคนเลี้ยงที่สัมผัสแมวที่เป็นโรคได้
วิธีป้องกันเชื้อราในแมว
- ดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย
- หมั่นแปรงขนและตรวจสุขภาพผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีรอยโรค
- แยกแมวใหม่ก่อนนำเข้าบ้าน
- เสริมโภชนาการเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
- พาแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เมื่อไรควรพาแมวพบสัตวแพทย์?
หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ขนร่วงเป็นวงหลายตำแหน่ง แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีอาการคันมากหรือเกาจนเป็นแผล รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเริ่มมีผื่นแดงเป็นวงหลังสัมผัสแมว ดังนั้น ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
แมวขนร่วงเป็นวงอาจเกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังชนิดอื่น การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการแพร่เชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำ: หากสังเกตเห็นแมวขนร่วงผิดปกติ อย่าซื้อยามารักษาเอง เพราะการรักษาที่ไม่ตรงสาเหตุอาจทำให้อาการเรื้อรังและรักษายากกว่าเดิม และใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
Related Content
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
22 Dec 2025
วินิจฉัยแม่นยำด้วยการตรวจภูมิแพ้ PKAH Allergy Insight 72 โดยการตรวจเลือดหาต้นเหตุภูมิแพ้ได้ถึง 72 ชนิด ไม่ต้องสุ่มเปลี่ยนอาหารหรือทดลองรักษาไปเรื่อย ๆ รู้สาเหตุชัด วางแผนการรักษาได้ตรงจุด อาบน้ำด้วย Ozone Spa ไม่ใช่การอาบน้ำธรรมดา เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาผิวหนังเรื้อรังทำความสะอาดลึกถึงรูขุมขน
23 May 2026
ภาวะที่ร้ายแรง เนื่องจากตับมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง เช่น การกำจัดสารพิษ การช่วยย่อยอาหาร และการสร้างโปรตีน หากตับทำงานผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย
สัญญาณและอาการของโรคตับ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซึม สัตว์เลี้ยงมีพลังงานต่ำ นอนมากขึ้น ไม่กระตือรือร้น อาเจียน และท้องเสีย
ดีซ่าน สังเกตเห็น ผิวหนัง เยื่อเมือก เหงือก และตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น
พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ มักแสดงออกเป็นอาการสับสน มึนงง เดินเซ กดศีรษะกับผนัง หรือมีอาการชัก
19 Dec 2025


