โรคไตในแมว รู้ไว้ช่วยยืดอายุให้น้องได้ - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
อัพเดทล่าสุด: 12 เม.ย. 2026
6 ผู้เข้าชม

โรคไตในแมว รู้ไว้ช่วยยืดอายุให้น้องได้
โรคไตไม่ใช่โรคร้ายเสมอไป…แมวหลายตัวสามารถอยู่กับโรคไตได้ หลายปี หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และตรวจพบเร็ว
“ยิ่งรู้เร็ว = ยิ่งช่วยยืดอายุแมวได้” โรคไตในแมว เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในแมวอายุมากกว่า 7 ปี และมักเป็นแบบ เรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ สามารถชะลออาการและยืดอายุแมวได้ หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างเหมาะสม
อาการโรคไตในแมวที่เจ้าของควรรู้
หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ทันที
- กินน้ำเยอะกว่าปกติ
- ปัสสาวะบ่อย / ปัสสาวะเยอะ
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- อาเจียน
- ซึม ไม่ร่าเริง
- ขนหยาบ ไม่เงางาม
- มีกลิ่นปากแรง (กลิ่นยูเรีย)
สาเหตุโรคไตในแมว
โรคไตในแมวเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- อายุที่มากขึ้น (พบได้บ่อยที่สุด)
- กินน้ำน้อย
- โรคติดเชื้อ
- ความดันโลหิตสูง
- กรรมพันธุ์
- กินอาหารที่ไม่เหมาะสม
- ได้รับยาบางชนิดต่อเนื่อง
ระยะของโรคไตในแมว
โรคไตแบ่งออกเป็น 4 ระยะ
- ระยะที่ 1 — แทบไม่มีอาการ (ตรวจเลือดเท่านั้นถึงพบ)
- ระยะที่ 2 — เริ่มกินน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย
- ระยะที่ 3 — เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาเจียน
- ระยะที่ 4 — อาการรุนแรง ต้องดูแลใกล้ชิด
วิธีดูแลแมวโรคไต
หากแมวเป็นโรคไตแล้ว ควรดูแลดังนี้
✅ กินอาหารสูตรโรคไต หรืออาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ
✅ เพิ่มการดื่มน้ำ (น้ำพุแมว / อาหารเปียก)
✅ ให้น้ำเกลือ (ตามคำแนะนำสัตวแพทย์)
✅ ตรวจเลือดเป็นระยะ
✅ หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมกับแมว
✅ ตรวจเลือดเป็นระยะ
แนะนำผู้ปกครองสัตว์เลี้ยงหากแมวอายุ 7 ปี ควรตรวจสุขภาพเบื้องต้นและตรวจเช็คค่าไต…
เพราะการตรวจพบเร็ว และการดูแลอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้น้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับเราได้นานขึ้น
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.
ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Website: www.pkahrangsit.com
โรคไตไม่ใช่โรคร้ายเสมอไป…แมวหลายตัวสามารถอยู่กับโรคไตได้ หลายปี หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และตรวจพบเร็ว
“ยิ่งรู้เร็ว = ยิ่งช่วยยืดอายุแมวได้” โรคไตในแมว เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในแมวอายุมากกว่า 7 ปี และมักเป็นแบบ เรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ สามารถชะลออาการและยืดอายุแมวได้ หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างเหมาะสม
อาการโรคไตในแมวที่เจ้าของควรรู้
หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ทันที
- กินน้ำเยอะกว่าปกติ
- ปัสสาวะบ่อย / ปัสสาวะเยอะ
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- อาเจียน
- ซึม ไม่ร่าเริง
- ขนหยาบ ไม่เงางาม
- มีกลิ่นปากแรง (กลิ่นยูเรีย)
สาเหตุโรคไตในแมว
โรคไตในแมวเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- อายุที่มากขึ้น (พบได้บ่อยที่สุด)
- กินน้ำน้อย
- โรคติดเชื้อ
- ความดันโลหิตสูง
- กรรมพันธุ์
- กินอาหารที่ไม่เหมาะสม
- ได้รับยาบางชนิดต่อเนื่อง
ระยะของโรคไตในแมว
โรคไตแบ่งออกเป็น 4 ระยะ
- ระยะที่ 1 — แทบไม่มีอาการ (ตรวจเลือดเท่านั้นถึงพบ)
- ระยะที่ 2 — เริ่มกินน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย
- ระยะที่ 3 — เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาเจียน
- ระยะที่ 4 — อาการรุนแรง ต้องดูแลใกล้ชิด
วิธีดูแลแมวโรคไต
หากแมวเป็นโรคไตแล้ว ควรดูแลดังนี้
✅ กินอาหารสูตรโรคไต หรืออาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ
✅ เพิ่มการดื่มน้ำ (น้ำพุแมว / อาหารเปียก)
✅ ให้น้ำเกลือ (ตามคำแนะนำสัตวแพทย์)
✅ ตรวจเลือดเป็นระยะ
✅ หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมกับแมว
✅ ตรวจเลือดเป็นระยะ
แนะนำผู้ปกครองสัตว์เลี้ยงหากแมวอายุ 7 ปี ควรตรวจสุขภาพเบื้องต้นและตรวจเช็คค่าไต…
เพราะการตรวจพบเร็ว และการดูแลอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้น้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับเราได้นานขึ้น
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.
ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Website: www.pkahrangsit.com
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูแลด้วยใจ มั่นใจในความปลอดภัย ทุกขั้นตอนการผ่าตัดและฟื้นฟู เราให้บริการด้านศัลยกรรมสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งเคสทั่วไปและเคสเฉพาะทาง โดยทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดสัตว์เลี้ยงมากกว่า 30 ปี พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอน
8 มี.ค. 2026
โรคหัวใจในสุนัขและแมวเป็นภาวะที่เกิดความผิดปกติของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงเหนื่อยง่าย ไอ หายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร มีน้ำในช่องท้อง หรืออาจเป็นลม ซึ่งมักแสดงอาการรุนแรงเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว การสังเกตอาการ การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตามคำแนะนำสัตวแพทย์ เช่น การให้ยาที่ถูกต้อง การจำกัดเกลือ และการเสริมทอรีนในแมว เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
19 ม.ค. 2026
การให้เลือดสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ผู้รับต้องมีการตรวจเลือดหมู่ (blood typing) และทดสอบความเข้ากันได้ (crossmatching) กับผู้บริจาค เลือดที่ใช้ต้องผ่านการคัดกรองโรคก่อนการให้เลือด และผู้รับต้องได้รับการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างและหลังการให้เลือดเพื่อป้องกันปฏิกิริยาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
21 ธ.ค. 2025


