ทำไมสัตวแพทย์ถึงเลือก “ส่องกล้อง” ก่อนผ่าตัดในบางเคส?
Last updated: 18 Aug 2026
239 Views

ทำไมสัตวแพทย์ถึงเลือก “ส่องกล้อง” ก่อนผ่าตัดในบางเคส?
เมื่อสุนัขหรือแมวมีอาการ อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการทางระบบทางเดินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การอักเสบ การติดเชื้อ ไปจนถึงสิ่งแปลกปลอมหรือก้อนเนื้อ
หนึ่งในเครื่องมือที่สัตวแพทย์อาจเลือกใช้ในบางกรณีคือ การส่องกล้องทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Endoscopy) ซึ่งช่วยให้เห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารโดยตรง และในบางสถานการณ์สามารถเก็บชิ้นเนื้อหรือนำสิ่งแปลกปลอมออกได้โดยไม่ต้องเปิดช่องท้อง
ส่องกล้องช่วยอะไรได้บ้าง?
1. มองเห็นความผิดปกติภายในโดยตรง
กล้องชนิดยืดหยุ่นจะถูกสอดผ่านทางปากเพื่อประเมินหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น หรือสอดผ่านทางทวารหนักเพื่อประเมินลำไส้ใหญ่ตามตำแหน่งที่ต้องการตรวจ
สัตวแพทย์สามารถประเมินลักษณะของเยื่อบุ เช่น การอักเสบ แผล การบวม ก้อนเนื้อ หรือการตีบผิดปกติได้
2. ช่วยค้นหาสาเหตุของอาการเรื้อรัง
ในสัตว์ที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียเรื้อรัง การส่องกล้องร่วมกับการเก็บชิ้นเนื้อสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคที่ความผิดปกติอยู่บริเวณเยื่อบุทางเดินอาหาร
3. เก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ
แม้จะมองเห็นบริเวณที่ผิดปกติด้วยกล้องแล้ว แต่หลายโรคจำเป็นต้องตรวจเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย สัตวแพทย์จึงสามารถใช้เครื่องมือขนาดเล็กผ่านช่องของกล้องเพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
4. นำสิ่งแปลกปลอมออกในบางกรณี
หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดูก หรือวัสดุที่สัตว์กลืนเข้าไป การส่องกล้องอาจช่วยนำสิ่งแปลกปลอมออกได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องในทุกกรณี
แล้วทำไมไม่ผ่าตัดเลย?
เพราะ การส่องกล้องและการผ่าตัดมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน สัตวแพทย์จะประเมินจากอาการ ผลเลือด การเอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจอื่น ๆ ก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม
หากสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยกล้อง และสามารถนำออกได้อย่างปลอดภัย การส่องกล้องอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ได้ในบางเคส
แต่หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในลำไส้ส่วนที่กล้องเข้าไม่ถึง มีการอุดตันรุนแรง ลำไส้ทะลุ มีภาวะแทรกซ้อน หรือไม่สามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกผ่านกล้องได้ การผ่าตัดอาจยังเป็นสิ่งจำเป็น
เมื่อสุนัขหรือแมวมีอาการ อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการทางระบบทางเดินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การอักเสบ การติดเชื้อ ไปจนถึงสิ่งแปลกปลอมหรือก้อนเนื้อ
หนึ่งในเครื่องมือที่สัตวแพทย์อาจเลือกใช้ในบางกรณีคือ การส่องกล้องทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Endoscopy) ซึ่งช่วยให้เห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารโดยตรง และในบางสถานการณ์สามารถเก็บชิ้นเนื้อหรือนำสิ่งแปลกปลอมออกได้โดยไม่ต้องเปิดช่องท้อง
ส่องกล้องช่วยอะไรได้บ้าง?
1. มองเห็นความผิดปกติภายในโดยตรง
กล้องชนิดยืดหยุ่นจะถูกสอดผ่านทางปากเพื่อประเมินหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น หรือสอดผ่านทางทวารหนักเพื่อประเมินลำไส้ใหญ่ตามตำแหน่งที่ต้องการตรวจ
สัตวแพทย์สามารถประเมินลักษณะของเยื่อบุ เช่น การอักเสบ แผล การบวม ก้อนเนื้อ หรือการตีบผิดปกติได้
2. ช่วยค้นหาสาเหตุของอาการเรื้อรัง
ในสัตว์ที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียเรื้อรัง การส่องกล้องร่วมกับการเก็บชิ้นเนื้อสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคที่ความผิดปกติอยู่บริเวณเยื่อบุทางเดินอาหาร
3. เก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ
แม้จะมองเห็นบริเวณที่ผิดปกติด้วยกล้องแล้ว แต่หลายโรคจำเป็นต้องตรวจเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย สัตวแพทย์จึงสามารถใช้เครื่องมือขนาดเล็กผ่านช่องของกล้องเพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
4. นำสิ่งแปลกปลอมออกในบางกรณี
หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดูก หรือวัสดุที่สัตว์กลืนเข้าไป การส่องกล้องอาจช่วยนำสิ่งแปลกปลอมออกได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องในทุกกรณี
แล้วทำไมไม่ผ่าตัดเลย?
เพราะ การส่องกล้องและการผ่าตัดมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน สัตวแพทย์จะประเมินจากอาการ ผลเลือด การเอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจอื่น ๆ ก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม
หากสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยกล้อง และสามารถนำออกได้อย่างปลอดภัย การส่องกล้องอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ได้ในบางเคส
แต่หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในลำไส้ส่วนที่กล้องเข้าไม่ถึง มีการอุดตันรุนแรง ลำไส้ทะลุ มีภาวะแทรกซ้อน หรือไม่สามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกผ่านกล้องได้ การผ่าตัดอาจยังเป็นสิ่งจำเป็น
Tags :
Related Content
เทคโนโลยีช่วยฟื้นฟูและลดอาการปวดที่ได้รับความนิยมในทางสัตวแพทย์ โดยใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มต่ำ (Low-Level Laser Therapy : LLLT) หรือ Therapeutic Laser ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมของเซลล์ ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวดอย่างอ่อนโยน โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดระหว่างทำ
18 May 2026
Laser Therapy เจ็บหรือไม่? ไม่เจ็บ สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่รู้สึกผ่อนคลายระหว่างการรักษา ใช้เวลาประมาณ 5–20 นาทีต่อครั้ง ต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล? ขึ้นอยู่กับโรคและความรุนแรง โดยสัตวแพทย์จะวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมในแต่ละราย เลเซอร์บำบัดรักษาโรคข้อเสื่อมหายขาดหรือไม่? ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
16 Jul 2026
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เป็นสระว่ายน้ำสัตว์เลี้ยง ระบบ Ozone + Chloramide ที่เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำสัตว์เลี้ยง เน้นสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย และลดการระคายเคืองผิวหนัง “PKAH Pet Sport Club เลือกใช้ระบบ Aqueous Ozone ร่วมกับการควบคุมคุณภาพน้ำมาตรฐาน เพื่อช่วยลดความแข็งกระด้างของน้ำ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา พร้อมดูแลสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยงในทุกครั้งที่ลงสระ”
10 Jun 2026


