โรคผิวหนังสุนัขและแมว | อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน
Last updated: 20 Jul 2026
291 Views

โรคผิวหนังในสุนัขหน้าฝน ดูแลอย่างไร? ป้องกันก่อนอาการลุกลาม
เมื่อเข้าสู่ ฤดูฝน ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้นทำให้เชื้อรา แบคทีเรีย และปรสิตต่าง ๆ เจริญเติบโตได้ดี ส่งผลให้ โรคผิวหนังในสุนัข พบได้บ่อยกว่าปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้อาการลุกลามจนเกิดแผลติดเชื้อเรื้อรังได้
ทำไมหน้าฝนสุนัขจึงเป็นโรคผิวหนังง่าย?
ในช่วงฤดูฝน สุนัขมักมีโอกาสสัมผัสกับความเปียกชื้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินลุยน้ำ ฝนตก หรือพื้นดินที่เปียก เมื่อขนและผิวหนังอับชื้นเป็นเวลานาน จะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความชื้นสะสมใต้ขน เชื้อราและแบคทีเรียเพิ่มจำนวน หมัดและเห็บระบาดมากขึ้น ภูมิแพ้จากละอองเกสร เชื้อรา หรือไรฝุ่น การดูแลขนไม่แห้งสนิทหลังอาบน้ำ
อาการที่ควรสังเกต
- หากสุนัขมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
- คัน เกา หรือกัดแทะตัวบ่อย
- เลียอุ้งเท้าซ้ำ ๆ
- ผิวหนังแดง เป็นผื่น หรืออักเสบ
- ขนร่วงเป็นหย่อม
- มีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ
- มีสะเก็ด รังแค หรือแผลเปียก
- มีตุ่มหนองหรือเลือดซึม
โรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน
1. เชื้อรา (Fungal Infection)
เชื้อราพบได้บ่อยในสภาพอากาศชื้น ทำให้ขนร่วงเป็นวง ผิวหนังลอก และอาจแพร่ไปยังสัตว์หรือคนได้ในบางชนิด
2. ผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรีย (Bacterial Skin Infection)
มักเกิดตามหลังการเกาหรือแผลเล็ก ๆ ทำให้เกิดตุ่มหนอง ผิวหนังแดง มีกลิ่น และอาจลุกลามได้หากไม่ได้รับการรักษา
3. โรคผิวหนังจากภูมิแพ้
สุนัขที่มีภาวะแพ้ง่ายมักกำเริบในช่วงหน้าฝน เนื่องจากความชื้นในสิ่งแวดล้อม ไรฝุ่น หรือสารที่แพ้กระตุ้นให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง
4. แพ้หมัดและเห็บ
ช่วงฤดูฝนเป็นฤดูที่หมัดและเห็บแพร่พันธุ์ได้ดี สุนัขที่แพ้น้ำลายหมัดจะคันมาก แม้ถูกกัดเพียงไม่กี่ตัว
วิธีดูแลสุนัขช่วงหน้าฝน
เช็ดตัวและเป่าขนให้แห้งทุกครั้ง
หลังจากโดนฝนหรืออาบน้ำ ควรเช็ดตัวและเป่าขนให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว อุ้งเท้า ใต้ท้อง และใบหู
หมั่นแปรงขน
การแปรงขนช่วยระบายอากาศ ลดความอับชื้น และทำให้สังเกตความผิดปกติของผิวหนังได้เร็วขึ้น
ป้องกันหมัดและเห็บ
ใช้ยาป้องกันหมัดและเห็บอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
รักษาความสะอาดที่นอน
ซักผ้าปู ที่นอน ผ้าห่ม และของใช้ของสุนัขเป็นประจำ พร้อมตากแดดให้แห้ง
เลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพผิว
หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูของคน เพราะค่า pH ต่างกัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขโดยเฉพาะ หรือใช้แชมพูรักษาโรคผิวหนังตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ให้อาหารที่มีคุณภาพ
โภชนาการที่ดี โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นขน
เมื่อไรควรพาสุนัขพบสัตวแพทย์?
หากอาการคันไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน มีแผลเปียก ขนร่วงมาก ผิวหนังมีกลิ่นแรง หรือสุนัขซึม เบื่ออาหาร ควรรีบเข้ารับการตรวจทันที เพราะอาจต้องตรวจหาเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือสาเหตุของโรคภูมิแพ้ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด
โรคผิวหนังในสุนัขช่วงหน้าฝนสามารถป้องกันได้ หากเจ้าของดูแลเรื่องความสะอาด ลดความอับชื้น และสังเกตอาการผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ การพาสุนัขเข้ารับการตรวจตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการติดเชื้อแทรกซ้อน และทำให้สัตว์เลี้ยงกลับมามีผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงได้เร็วขึ้น
เมื่อเข้าสู่ ฤดูฝน ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้นทำให้เชื้อรา แบคทีเรีย และปรสิตต่าง ๆ เจริญเติบโตได้ดี ส่งผลให้ โรคผิวหนังในสุนัข พบได้บ่อยกว่าปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้อาการลุกลามจนเกิดแผลติดเชื้อเรื้อรังได้
ทำไมหน้าฝนสุนัขจึงเป็นโรคผิวหนังง่าย?
ในช่วงฤดูฝน สุนัขมักมีโอกาสสัมผัสกับความเปียกชื้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินลุยน้ำ ฝนตก หรือพื้นดินที่เปียก เมื่อขนและผิวหนังอับชื้นเป็นเวลานาน จะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความชื้นสะสมใต้ขน เชื้อราและแบคทีเรียเพิ่มจำนวน หมัดและเห็บระบาดมากขึ้น ภูมิแพ้จากละอองเกสร เชื้อรา หรือไรฝุ่น การดูแลขนไม่แห้งสนิทหลังอาบน้ำ
อาการที่ควรสังเกต
- หากสุนัขมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
- คัน เกา หรือกัดแทะตัวบ่อย
- เลียอุ้งเท้าซ้ำ ๆ
- ผิวหนังแดง เป็นผื่น หรืออักเสบ
- ขนร่วงเป็นหย่อม
- มีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ
- มีสะเก็ด รังแค หรือแผลเปียก
- มีตุ่มหนองหรือเลือดซึม
โรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน
1. เชื้อรา (Fungal Infection)
เชื้อราพบได้บ่อยในสภาพอากาศชื้น ทำให้ขนร่วงเป็นวง ผิวหนังลอก และอาจแพร่ไปยังสัตว์หรือคนได้ในบางชนิด
2. ผิวหนังอักเสบจากแบคทีเรีย (Bacterial Skin Infection)
มักเกิดตามหลังการเกาหรือแผลเล็ก ๆ ทำให้เกิดตุ่มหนอง ผิวหนังแดง มีกลิ่น และอาจลุกลามได้หากไม่ได้รับการรักษา
3. โรคผิวหนังจากภูมิแพ้
สุนัขที่มีภาวะแพ้ง่ายมักกำเริบในช่วงหน้าฝน เนื่องจากความชื้นในสิ่งแวดล้อม ไรฝุ่น หรือสารที่แพ้กระตุ้นให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง
4. แพ้หมัดและเห็บ
ช่วงฤดูฝนเป็นฤดูที่หมัดและเห็บแพร่พันธุ์ได้ดี สุนัขที่แพ้น้ำลายหมัดจะคันมาก แม้ถูกกัดเพียงไม่กี่ตัว
วิธีดูแลสุนัขช่วงหน้าฝน
เช็ดตัวและเป่าขนให้แห้งทุกครั้ง
หลังจากโดนฝนหรืออาบน้ำ ควรเช็ดตัวและเป่าขนให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว อุ้งเท้า ใต้ท้อง และใบหู
หมั่นแปรงขน
การแปรงขนช่วยระบายอากาศ ลดความอับชื้น และทำให้สังเกตความผิดปกติของผิวหนังได้เร็วขึ้น
ป้องกันหมัดและเห็บ
ใช้ยาป้องกันหมัดและเห็บอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
รักษาความสะอาดที่นอน
ซักผ้าปู ที่นอน ผ้าห่ม และของใช้ของสุนัขเป็นประจำ พร้อมตากแดดให้แห้ง
เลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพผิว
หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูของคน เพราะค่า pH ต่างกัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขโดยเฉพาะ หรือใช้แชมพูรักษาโรคผิวหนังตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ให้อาหารที่มีคุณภาพ
โภชนาการที่ดี โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นขน
เมื่อไรควรพาสุนัขพบสัตวแพทย์?
หากอาการคันไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน มีแผลเปียก ขนร่วงมาก ผิวหนังมีกลิ่นแรง หรือสุนัขซึม เบื่ออาหาร ควรรีบเข้ารับการตรวจทันที เพราะอาจต้องตรวจหาเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือสาเหตุของโรคภูมิแพ้ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด
โรคผิวหนังในสุนัขช่วงหน้าฝนสามารถป้องกันได้ หากเจ้าของดูแลเรื่องความสะอาด ลดความอับชื้น และสังเกตอาการผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ การพาสุนัขเข้ารับการตรวจตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการติดเชื้อแทรกซ้อน และทำให้สัตว์เลี้ยงกลับมามีผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงได้เร็วขึ้น
Related Content
การรักษาสัตว์ป่วยวิกฤตจำเป็นต้องอาศัยทั้งทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และระบบธนาคารเลือดที่มีมาตรฐาน การมี Blood Bank ภายในศูนย์การรักษาสัตว์ป่วย ทำให้รองรับสัตว์ป่วยฉุกเฉิน การผ่าตัดใหญ่ และผู้ป่วยโรคเลือดได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสรอดชีวิต และมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับสุนัขและแมวที่คุณรัก
21 Jun 2026
อาการเดินกะเผลกในน้องหมาน้องแมว อาจไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหากระดูก ข้อ หรือเส้นประสาทที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญคือ “กายอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง” ที่ช่วยพยุงร่างกาย ลดแรงกดที่ข้อ และช่วยให้น้องเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
23 May 2026
ปัญหากลิ่นปาก หินปูน เหงือกอักเสบ ในแมว อาจเป็นสัญญาณของโรคช่องปากที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต พร้อมดูแลสุขภาพช่องปากน้องแมวแบบครบวงจร โดยทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
30 Mar 2026


