ทำไมสัตวแพทย์ถึงเลือก “ส่องกล้อง” ก่อนผ่าตัดในบางเคส?
อัพเดทล่าสุด: 18 ส.ค. 2026
237 ผู้เข้าชม

ทำไมสัตวแพทย์ถึงเลือก “ส่องกล้อง” ก่อนผ่าตัดในบางเคส?
เมื่อสุนัขหรือแมวมีอาการ อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการทางระบบทางเดินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การอักเสบ การติดเชื้อ ไปจนถึงสิ่งแปลกปลอมหรือก้อนเนื้อ
หนึ่งในเครื่องมือที่สัตวแพทย์อาจเลือกใช้ในบางกรณีคือ การส่องกล้องทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Endoscopy) ซึ่งช่วยให้เห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารโดยตรง และในบางสถานการณ์สามารถเก็บชิ้นเนื้อหรือนำสิ่งแปลกปลอมออกได้โดยไม่ต้องเปิดช่องท้อง
ส่องกล้องช่วยอะไรได้บ้าง?
1. มองเห็นความผิดปกติภายในโดยตรง
กล้องชนิดยืดหยุ่นจะถูกสอดผ่านทางปากเพื่อประเมินหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น หรือสอดผ่านทางทวารหนักเพื่อประเมินลำไส้ใหญ่ตามตำแหน่งที่ต้องการตรวจ
สัตวแพทย์สามารถประเมินลักษณะของเยื่อบุ เช่น การอักเสบ แผล การบวม ก้อนเนื้อ หรือการตีบผิดปกติได้
2. ช่วยค้นหาสาเหตุของอาการเรื้อรัง
ในสัตว์ที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียเรื้อรัง การส่องกล้องร่วมกับการเก็บชิ้นเนื้อสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคที่ความผิดปกติอยู่บริเวณเยื่อบุทางเดินอาหาร
3. เก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ
แม้จะมองเห็นบริเวณที่ผิดปกติด้วยกล้องแล้ว แต่หลายโรคจำเป็นต้องตรวจเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย สัตวแพทย์จึงสามารถใช้เครื่องมือขนาดเล็กผ่านช่องของกล้องเพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
4. นำสิ่งแปลกปลอมออกในบางกรณี
หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดูก หรือวัสดุที่สัตว์กลืนเข้าไป การส่องกล้องอาจช่วยนำสิ่งแปลกปลอมออกได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องในทุกกรณี
แล้วทำไมไม่ผ่าตัดเลย?
เพราะ การส่องกล้องและการผ่าตัดมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน สัตวแพทย์จะประเมินจากอาการ ผลเลือด การเอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจอื่น ๆ ก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม
หากสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยกล้อง และสามารถนำออกได้อย่างปลอดภัย การส่องกล้องอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ได้ในบางเคส
แต่หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในลำไส้ส่วนที่กล้องเข้าไม่ถึง มีการอุดตันรุนแรง ลำไส้ทะลุ มีภาวะแทรกซ้อน หรือไม่สามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกผ่านกล้องได้ การผ่าตัดอาจยังเป็นสิ่งจำเป็น
เมื่อสุนัขหรือแมวมีอาการ อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการทางระบบทางเดินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การอักเสบ การติดเชื้อ ไปจนถึงสิ่งแปลกปลอมหรือก้อนเนื้อ
หนึ่งในเครื่องมือที่สัตวแพทย์อาจเลือกใช้ในบางกรณีคือ การส่องกล้องทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Endoscopy) ซึ่งช่วยให้เห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารโดยตรง และในบางสถานการณ์สามารถเก็บชิ้นเนื้อหรือนำสิ่งแปลกปลอมออกได้โดยไม่ต้องเปิดช่องท้อง
ส่องกล้องช่วยอะไรได้บ้าง?
1. มองเห็นความผิดปกติภายในโดยตรง
กล้องชนิดยืดหยุ่นจะถูกสอดผ่านทางปากเพื่อประเมินหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น หรือสอดผ่านทางทวารหนักเพื่อประเมินลำไส้ใหญ่ตามตำแหน่งที่ต้องการตรวจ
สัตวแพทย์สามารถประเมินลักษณะของเยื่อบุ เช่น การอักเสบ แผล การบวม ก้อนเนื้อ หรือการตีบผิดปกติได้
2. ช่วยค้นหาสาเหตุของอาการเรื้อรัง
ในสัตว์ที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียเรื้อรัง การส่องกล้องร่วมกับการเก็บชิ้นเนื้อสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคที่ความผิดปกติอยู่บริเวณเยื่อบุทางเดินอาหาร
3. เก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ
แม้จะมองเห็นบริเวณที่ผิดปกติด้วยกล้องแล้ว แต่หลายโรคจำเป็นต้องตรวจเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย สัตวแพทย์จึงสามารถใช้เครื่องมือขนาดเล็กผ่านช่องของกล้องเพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
4. นำสิ่งแปลกปลอมออกในบางกรณี
หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร เช่น ชิ้นส่วนของเล่น กระดูก หรือวัสดุที่สัตว์กลืนเข้าไป การส่องกล้องอาจช่วยนำสิ่งแปลกปลอมออกได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องในทุกกรณี
แล้วทำไมไม่ผ่าตัดเลย?
เพราะ การส่องกล้องและการผ่าตัดมีข้อบ่งชี้แตกต่างกัน สัตวแพทย์จะประเมินจากอาการ ผลเลือด การเอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจอื่น ๆ ก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม
หากสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยกล้อง และสามารถนำออกได้อย่างปลอดภัย การส่องกล้องอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ได้ในบางเคส
แต่หากพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในลำไส้ส่วนที่กล้องเข้าไม่ถึง มีการอุดตันรุนแรง ลำไส้ทะลุ มีภาวะแทรกซ้อน หรือไม่สามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกผ่านกล้องได้ การผ่าตัดอาจยังเป็นสิ่งจำเป็น
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
คลำเจอก้อนเนื้อในสุนัข อย่าปล่อยไว้ เพราะก้อนเล็กในวันนี้ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันหน้า
น้องแพนด้าเข้ารับการรักษาหลังเจ้าของสังเกตพบ ก้อนเนื้อบริเวณรอบทวารหนัก (ก้น) ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการนั่ง การเดิน และการขับถ่าย
29 ก.ค. 2026
วงจรชีวิตของเห็บและหมัด จะอาศัยอยู่บนตัวสุนัขและแมวทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อเห็บสุนัขตัวเมียกินเลือดเสร็จจากสุนัข จะลงมาวางไข่ในสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นไข่จะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 หลังจากฟักตัวจะขึ้นไปบนสุนัขอีกรอบ เพื่อเข้าไปกินเลือดและลงมาฟักตัวเป็นระยะ นิ้ม หลังจากนั้น Nymph ก็จะขึ้นไปบนตัวสุนัขไปกินเลือดเป็นครั้งที่ 2 และจะลงมาฟักตัวเป็นตัวเต็มวัย และตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้เพศเมียก็จะกินเลือดสุนัขเป็นครั้งที่ 3 และสืบพันธุ์กันเพื่อทำให้เกิดการวางไข่ต่อไป โดยวงจรชีวิตของเห็บจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ฉะนั้นควรทำการป้องกันเห็บ อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน อย่างต่อเนื่องครับ
22 ธ.ค. 2025
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัข วายร้ายที่มาจากเห็บ เปรียบเหมือนโจรที่มาวางเพลิงบ้านเรา ซึ่งเราจะต้องกำจัดทั้งโจร , ดับไฟ และหาทางป้องกันไม่ให้โจรเข้ามาไปพร้อมๆกัน เพราะถ้ากำจัดแต่โจร ไม่ดับไฟ ไฟก็จะเผาทำลายทุกสิ่งรวมทั้งเผาบ้านจนมอดไหม้หมด ( ทำให้บางทีทำไมติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด สุนัขถึงเสียชีวิตได้ หรือกินยาบำรุงเลือด , ยาฆ่าพยาธิเม็ดเลือดตั้งนานแล้ว สุนัขก็ยังไม่ดีขึ้น ) หรือถ้าดับแต่ไฟ ไม่จับโจร โจรก็จะเข้ามาวางเพลิงวนอยู่เรื่อยไป ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ ต้องป้องกันไม่ให้โจรเข้ามาวางเพลิงได้ และถ้าเข้ามาก็ต้องกำจัดทั้งโจรและดับไฟไปพร้อมกัน
22 ธ.ค. 2025


