แมวขนร่วงเป็นวง เกิดจากเชื้อราหรือไม่?
Last updated: 20 Jul 2026
583 Views

แมวขนร่วงเป็นวง เกิดจากเชื้อราหรือไม่?
เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวมี ขนร่วงเป็นวง หลายคนมักคิดว่าเป็น “เชื้อรา” ทันที ซึ่งเชื้อราเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากโรคผิวหนังหลายชนิด การรักษาแต่ละโรคแตกต่างกัน หากรักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจทำให้อาการลุกลามและใช้เวลารักษานานขึ้น
เชื้อราในแมวคืออะไร?
โรคเชื้อราในแมว (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิด Dermatophytes ซึ่งสามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์กับสัตว์ รวมถึงจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของเชื้อราในแมว
- ขนร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
- คันหรือเกาบ่อย
- ขนเปราะหักง่าย
- มักพบบริเวณใบหน้า หู ขา และหาง
ในบางตัวอาจไม่มีอาการคัน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ขนร่วงเป็นวง อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน อาการขนร่วงเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก
- โรคไรขี้เรื้อน (Demodex)
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- แพ้หมัดหรือเห็บ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- การเลียตัวมากผิดปกติจากความเครียด
- โรคฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้น การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงมีความสำคัญก่อนเริ่มรักษา
สัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราหรือไม่ สัตวแพทย์อาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตรวจด้วย Wood’s Lamp (แสงอัลตราไวโอเลต)
- ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture)
- ตรวจด้วยวิธี PCR ในบางกรณี
- ขูดผิวหนังเพื่อตรวจหาไรหรือปรสิต
การตรวจที่ถูกต้องจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากเป็นเชื้อรา ต้องรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ยาทาฆ่าเชื้อรา
- ยารับประทานในรายที่ติดเชื้อหลายตำแหน่ง
- อาบน้ำด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา
- ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน กรง ของเล่น และเครื่องนอน
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่นชั่วคราว
เจ้าของควรให้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญเชื้อรากลุ่มนี้สามารถติดต่อสู่เจ้าของหรือคนเลี้ยงที่สัมผัสแมวที่เป็นโรคได้
วิธีป้องกันเชื้อราในแมว
- ดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย
- หมั่นแปรงขนและตรวจสุขภาพผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีรอยโรค
- แยกแมวใหม่ก่อนนำเข้าบ้าน
- เสริมโภชนาการเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
- พาแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เมื่อไรควรพาแมวพบสัตวแพทย์?
หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ขนร่วงเป็นวงหลายตำแหน่ง แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีอาการคันมากหรือเกาจนเป็นแผล รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเริ่มมีผื่นแดงเป็นวงหลังสัมผัสแมว ดังนั้น ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
แมวขนร่วงเป็นวงอาจเกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังชนิดอื่น การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการแพร่เชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำ: หากสังเกตเห็นแมวขนร่วงผิดปกติ อย่าซื้อยามารักษาเอง เพราะการรักษาที่ไม่ตรงสาเหตุอาจทำให้อาการเรื้อรังและรักษายากกว่าเดิม และใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวมี ขนร่วงเป็นวง หลายคนมักคิดว่าเป็น “เชื้อรา” ทันที ซึ่งเชื้อราเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากโรคผิวหนังหลายชนิด การรักษาแต่ละโรคแตกต่างกัน หากรักษาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจทำให้อาการลุกลามและใช้เวลารักษานานขึ้น
เชื้อราในแมวคืออะไร?
โรคเชื้อราในแมว (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิด Dermatophytes ซึ่งสามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์กับสัตว์ รวมถึงจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการของเชื้อราในแมว
- ขนร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
- ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
- คันหรือเกาบ่อย
- ขนเปราะหักง่าย
- มักพบบริเวณใบหน้า หู ขา และหาง
ในบางตัวอาจไม่มีอาการคัน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ขนร่วงเป็นวง อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน อาการขนร่วงเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก
- โรคไรขี้เรื้อน (Demodex)
- โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
- แพ้หมัดหรือเห็บ
- การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- การเลียตัวมากผิดปกติจากความเครียด
- โรคฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้น การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงมีความสำคัญก่อนเริ่มรักษา
สัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราหรือไม่ สัตวแพทย์อาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตรวจด้วย Wood’s Lamp (แสงอัลตราไวโอเลต)
- ตรวจขนและสะเก็ดผิวหนังด้วยกล้องจุลทรรศน์
- เพาะเชื้อรา (Fungal Culture)
- ตรวจด้วยวิธี PCR ในบางกรณี
- ขูดผิวหนังเพื่อตรวจหาไรหรือปรสิต
การตรวจที่ถูกต้องจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากเป็นเชื้อรา ต้องรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ยาทาฆ่าเชื้อรา
- ยารับประทานในรายที่ติดเชื้อหลายตำแหน่ง
- อาบน้ำด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา
- ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน กรง ของเล่น และเครื่องนอน
- แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ตัวอื่นชั่วคราว
เจ้าของควรให้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญเชื้อรากลุ่มนี้สามารถติดต่อสู่เจ้าของหรือคนเลี้ยงที่สัมผัสแมวที่เป็นโรคได้
วิธีป้องกันเชื้อราในแมว
- ดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัย
- หมั่นแปรงขนและตรวจสุขภาพผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีรอยโรค
- แยกแมวใหม่ก่อนนำเข้าบ้าน
- เสริมโภชนาการเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
- พาแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เมื่อไรควรพาแมวพบสัตวแพทย์?
หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ขนร่วงเป็นวงหลายตำแหน่ง แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีอาการคันมากหรือเกาจนเป็นแผล รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเริ่มมีผื่นแดงเป็นวงหลังสัมผัสแมว ดังนั้น ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
แมวขนร่วงเป็นวงอาจเกิดจากเชื้อรา แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังชนิดอื่น การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการแพร่เชื้อและการกลับมาเป็นซ้ำ
คำแนะนำ: หากสังเกตเห็นแมวขนร่วงผิดปกติ อย่าซื้อยามารักษาเอง เพราะการรักษาที่ไม่ตรงสาเหตุอาจทำให้อาการเรื้อรังและรักษายากกว่าเดิม และใส่ถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว
Related Content
เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้นได้!
เพราะการรักษาที่ดีที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการ วินิจฉัยที่ชัดเจนและทันเวลา! [PKAH RANGSIT]
เราใช้เครื่อง CT Scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลเพื่อนซี้ของคุณค่ะ
CT Scan ช่วยน้องได้อย่างไรบ้าง?
19 Dec 2025
การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในสุนัขสูงวัย สุนัขที่มีปัญหาข้อเสื่อม สะโพกเสื่อม หรืออยู่ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของหลายท่านกังวลคือ คุณภาพน้ำในสระว่ายน้ำ ว่าจะสะอาด ปลอดภัย และอ่อนโยนต่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยงมากเพียงใด
14 Jun 2026
เมื่อสุนัขหรือแมวเริ่มเดินกะเผลก ลุกนั่งลำบาก กระโดดไม่เหมือนเดิม หรือไม่อยากวิ่งเล่นเหมือนเคย หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของวัย แต่ความจริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท ซึ่งหากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
18 Jul 2026


