ธนาคารเลือดสุนัขแมวต้องให้เลือดโรคอะไรบ้าง
Last updated: 23 Dec 2025
100 Views

ธนาคารเลือดสุนัขแมวต้องให้เลือดโรคอะไรบ้าง
ธนาคารเลือดสำหรับสุนัขและแมวมีไว้สำหรับสัตว์ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับเลือดเพื่อรักษาชีวิตหรือเพื่อประคับประคองอาการจากภาวะต่างๆ ซึ่งโรคหรือภาวะที่สุนัขและแมวอาจจะต้องได้รับเลือดได้แก่:
1 ภาวะโลหิตจางในสุนัขแมว (Anemia)
* จากการสูญเสียเลือดเฉียบพลัน (เช่น อุบัติเหตุ, รถชน, ตกตึก, การผ่าตัดใหญ่, เลือดออกในช่องท้อง/ปอด, ตับ-ม้ามแตก)
* จากโรคเรื้อรัง (เช่น ไตวาย, ตับวาย)
* จากโรคที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดง (เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด หรือโรคที่ภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงตัวเอง - Immune-Mediated Hemolytic Anemia, IMHA)
2. ภาวะที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดในสุนัขแมว (Coagulopathy):
* จากการได้รับสารพิษ (เช่น ยาเบื่อหนู)
* จากการถูกสัตว์มีพิษกัด (เช่น งูเขียวหางไหม้)
* จากความผิดปกติแต่กำเนิดหรือที่เกิดขึ้นภายหลังที่ทำให้เลือดออกง่ายผิดปกติ
3. โรคมะเร็งในสุนัขแมว (Cancer):
* เพื่อทดแทนเลือดที่เสียไประหว่างการผ่าตัด
* เพื่อช่วยประคับประคองอาการระหว่างการให้เคมีบำบัด
4. ภาวะเกล็ดเลือดต่ำในสุนัขแมว (Thrombocytopenia):
* ในบางกรณีที่มีเกล็ดเลือดต่ำมากและมีภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจต้องให้ส่วนประกอบของเลือดที่มีเกล็ดเลือด
5. ภาวะฉุกเฉินอื่นๆในสุนัขแมว:
* ที่ทำให้ร่างกายต้องการเซลล์เม็ดเลือดแดงหรือพลาสมาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน
โดยทั่วไปแล้ว การตัดสินใจให้เลือดจะขึ้นอยู่กับการประเมินอาการทางคลินิกและผลการตรวจเลือดของสัตว์ป่วยโดยสัตวแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาว่าสัตว์ป่วยมีภาวะขาดส่วนประกอบของเลือดชนิดใดและรุนแรงเพียงใดจนถึงจุดที่จำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือดเพื่อช่วยชีวิตหรือเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของสัตว์เลี้ยง
ธนาคารเลือดสำหรับสุนัขและแมวมีไว้สำหรับสัตว์ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับเลือดเพื่อรักษาชีวิตหรือเพื่อประคับประคองอาการจากภาวะต่างๆ ซึ่งโรคหรือภาวะที่สุนัขและแมวอาจจะต้องได้รับเลือดได้แก่:
1 ภาวะโลหิตจางในสุนัขแมว (Anemia)
* จากการสูญเสียเลือดเฉียบพลัน (เช่น อุบัติเหตุ, รถชน, ตกตึก, การผ่าตัดใหญ่, เลือดออกในช่องท้อง/ปอด, ตับ-ม้ามแตก)
* จากโรคเรื้อรัง (เช่น ไตวาย, ตับวาย)
* จากโรคที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดง (เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด หรือโรคที่ภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงตัวเอง - Immune-Mediated Hemolytic Anemia, IMHA)
2. ภาวะที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดในสุนัขแมว (Coagulopathy):
* จากการได้รับสารพิษ (เช่น ยาเบื่อหนู)
* จากการถูกสัตว์มีพิษกัด (เช่น งูเขียวหางไหม้)
* จากความผิดปกติแต่กำเนิดหรือที่เกิดขึ้นภายหลังที่ทำให้เลือดออกง่ายผิดปกติ
3. โรคมะเร็งในสุนัขแมว (Cancer):
* เพื่อทดแทนเลือดที่เสียไประหว่างการผ่าตัด
* เพื่อช่วยประคับประคองอาการระหว่างการให้เคมีบำบัด
4. ภาวะเกล็ดเลือดต่ำในสุนัขแมว (Thrombocytopenia):
* ในบางกรณีที่มีเกล็ดเลือดต่ำมากและมีภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจต้องให้ส่วนประกอบของเลือดที่มีเกล็ดเลือด
5. ภาวะฉุกเฉินอื่นๆในสุนัขแมว:
* ที่ทำให้ร่างกายต้องการเซลล์เม็ดเลือดแดงหรือพลาสมาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน
โดยทั่วไปแล้ว การตัดสินใจให้เลือดจะขึ้นอยู่กับการประเมินอาการทางคลินิกและผลการตรวจเลือดของสัตว์ป่วยโดยสัตวแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาว่าสัตว์ป่วยมีภาวะขาดส่วนประกอบของเลือดชนิดใดและรุนแรงเพียงใดจนถึงจุดที่จำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือดเพื่อช่วยชีวิตหรือเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของสัตว์เลี้ยง
Tags :
Related Content
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
22 Dec 2025
ภาวะที่ร้ายแรง เนื่องจากตับมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง เช่น การกำจัดสารพิษ การช่วยย่อยอาหาร และการสร้างโปรตีน หากตับทำงานผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย
สัญญาณและอาการของโรคตับ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซึม สัตว์เลี้ยงมีพลังงานต่ำ นอนมากขึ้น ไม่กระตือรือร้น อาเจียน และท้องเสีย
ดีซ่าน สังเกตเห็น ผิวหนัง เยื่อเมือก เหงือก และตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น
พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ มักแสดงออกเป็นอาการสับสน มึนงง เดินเซ กดศีรษะกับผนัง หรือมีอาการชัก
19 Dec 2025
โรคหัวใจในสุนัขและแมวเป็นภาวะที่เกิดความผิดปกติของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงเหนื่อยง่าย ไอ หายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร มีน้ำในช่องท้อง หรืออาจเป็นลม ซึ่งมักแสดงอาการรุนแรงเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว การสังเกตอาการ การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตามคำแนะนำสัตวแพทย์ เช่น การให้ยาที่ถูกต้อง การจำกัดเกลือ และการเสริมทอรีนในแมว เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
19 Jan 2026


