ศูนย์โรคไตในสุนัขและแมว (Pet Kidney Disease Center) - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
Last updated: 20 Dec 2025
155 Views

ศูนย์โรคไตในสุนัขและแมว (Pet Kidney Disease Center) - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
โรคไตเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนบางชนิด
โรคไตสามารถแบ่งออกได้เป็น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury ; AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease ; CKD)*
สาเหตุหลักของโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักๆ ได้แก่:
- ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะในแมวและสุนัขสูงวัย
- การได้รับสารพิษ: เช่น ยาบางชนิด สารเคมี สารหล่อเย็นในรถยนต์ (ethylene glycol) หรือพืชที่เป็นพิษ
- การติดเชื้อ: เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เช่น Leptospirosis หรือโณคฉี่หนู เป็นต้น
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะนิ่วในไต/ทางเดินปัสสาวะ
- พันธุกรรม: สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์อาจมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น เป็น cyst ที่ไต หรือ ท่อการกรองของไตเสื่อมในสุนัขบางสายพันธุ์ เป็นต้น
2. สัญญาณและอาการที่ควรสังเกตโรคไตในสุนัขแมว
อาการของโรคไตในระยะแรกมักไม่ชัดเจน แต่จะเริ่มแสดงออกเมื่อไตสูญเสียการทำงานไปแล้วประมาณ 60%75% เจ้าของจึงควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- ดื่มน้ำมาก/ปัสสาวะมาก (PD/PU) เป็นสัญญาณแรกๆ ที่พบมากที่สุด เนื่องจากไตไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ทำให้ร่างกายพยายามดื่มน้ำมาชดเชย
- ซึม/อ่อนแรงขาดพลังงาน ไม่ร่าเริง ไม่เล่นเหมือนเดิม
- เบื่ออาหาร / น้ำหนักลดมีอาการคลื่นไส้จากการสะสมของ ของเสียในเลือด (Uremia) ทำให้กินอาหารลดลงและน้ำหนักลด
- อาเจียน / ท้องเสียการสะสมของของเสียทำให้เกิดการระคายเคือง ในระบบทางเดินอาหาร
- กลิ่นปากเหม็นมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นยูเรีย (Uremic Breath) และอาจมีแผลในช่องปากร่วมด้วย
- ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงไปที่ไขกระดูก (โณงงานสร้างเม็ดเลือด) ได้น้อยลง ทำให้เหงือกซีด
- ชัก / ตาบอดในกรณีที่รุนแรง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูงมาก หรือของเสียในเลือดสูงมากจนกระทบต่อระบบประสาท
3. การรักษาและการจัดการโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่ถูกต้องสามารถชะลอการเสื่อมของไตและเพิ่มคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้:
- อาหารสำหรับโรคไต (Renal Diet) : เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา อาหารจะมีการควบคุมปริมาณ ฟอสฟอรัส และ โปรตีน ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีการเพิ่มกรดไขมันจำเป็น
- การให้สารน้ำ: การให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดในระยะแรก และปรับการให้ใต้ผิวหนังในระยะต่อมา ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำ
- การใช้ยา:
* ยาควบคุมความดันโลหิต
* ยาควบคุมระดับฟอสฟอรัสในเลือด (Phosphate Binders)
* ยาช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (ในกรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง)
* ยาควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
- การรักษาขั้นสูง: ในกรณีที่ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังรุนแรง อาจมีการพิจารณา การฟอกไต (Dialysis) เพื่อช่วยกำจัดของเสียออกจากเลือดโดยตรง
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ (อย่างน้อยปีละครั้ง) โดยเฉพาะการตรวจค่าไต SDMA ซึ่งสามารถตรวจพบการทำงานของไตที่ผิดปกติได้เร็วกว่าการตรวจค่า Creatinine แบบเดิม จะช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้ทันท่วงทีและยืดอายุสัตว์เลี้ยงของคุณได้นานขึ้น
โรคไตเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนบางชนิด
โรคไตสามารถแบ่งออกได้เป็น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury ; AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease ; CKD)*
สาเหตุหลักของโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักๆ ได้แก่:
- ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะในแมวและสุนัขสูงวัย
- การได้รับสารพิษ: เช่น ยาบางชนิด สารเคมี สารหล่อเย็นในรถยนต์ (ethylene glycol) หรือพืชที่เป็นพิษ
- การติดเชื้อ: เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เช่น Leptospirosis หรือโณคฉี่หนู เป็นต้น
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะนิ่วในไต/ทางเดินปัสสาวะ
- พันธุกรรม: สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์อาจมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น เป็น cyst ที่ไต หรือ ท่อการกรองของไตเสื่อมในสุนัขบางสายพันธุ์ เป็นต้น
2. สัญญาณและอาการที่ควรสังเกตโรคไตในสุนัขแมว
อาการของโรคไตในระยะแรกมักไม่ชัดเจน แต่จะเริ่มแสดงออกเมื่อไตสูญเสียการทำงานไปแล้วประมาณ 60%75% เจ้าของจึงควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- ดื่มน้ำมาก/ปัสสาวะมาก (PD/PU) เป็นสัญญาณแรกๆ ที่พบมากที่สุด เนื่องจากไตไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ทำให้ร่างกายพยายามดื่มน้ำมาชดเชย
- ซึม/อ่อนแรงขาดพลังงาน ไม่ร่าเริง ไม่เล่นเหมือนเดิม
- เบื่ออาหาร / น้ำหนักลดมีอาการคลื่นไส้จากการสะสมของ ของเสียในเลือด (Uremia) ทำให้กินอาหารลดลงและน้ำหนักลด
- อาเจียน / ท้องเสียการสะสมของของเสียทำให้เกิดการระคายเคือง ในระบบทางเดินอาหาร
- กลิ่นปากเหม็นมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นยูเรีย (Uremic Breath) และอาจมีแผลในช่องปากร่วมด้วย
- ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงไปที่ไขกระดูก (โณงงานสร้างเม็ดเลือด) ได้น้อยลง ทำให้เหงือกซีด
- ชัก / ตาบอดในกรณีที่รุนแรง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูงมาก หรือของเสียในเลือดสูงมากจนกระทบต่อระบบประสาท
3. การรักษาและการจัดการโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่ถูกต้องสามารถชะลอการเสื่อมของไตและเพิ่มคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้:
- อาหารสำหรับโรคไต (Renal Diet) : เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา อาหารจะมีการควบคุมปริมาณ ฟอสฟอรัส และ โปรตีน ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีการเพิ่มกรดไขมันจำเป็น
- การให้สารน้ำ: การให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดในระยะแรก และปรับการให้ใต้ผิวหนังในระยะต่อมา ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำ
- การใช้ยา:
* ยาควบคุมความดันโลหิต
* ยาควบคุมระดับฟอสฟอรัสในเลือด (Phosphate Binders)
* ยาช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (ในกรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง)
* ยาควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
- การรักษาขั้นสูง: ในกรณีที่ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังรุนแรง อาจมีการพิจารณา การฟอกไต (Dialysis) เพื่อช่วยกำจัดของเสียออกจากเลือดโดยตรง
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ (อย่างน้อยปีละครั้ง) โดยเฉพาะการตรวจค่าไต SDMA ซึ่งสามารถตรวจพบการทำงานของไตที่ผิดปกติได้เร็วกว่าการตรวจค่า Creatinine แบบเดิม จะช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้ทันท่วงทีและยืดอายุสัตว์เลี้ยงของคุณได้นานขึ้น
Related Content
ภาวะที่ร้ายแรง เนื่องจากตับมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง เช่น การกำจัดสารพิษ การช่วยย่อยอาหาร และการสร้างโปรตีน หากตับทำงานผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย
สัญญาณและอาการของโรคตับ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซึม สัตว์เลี้ยงมีพลังงานต่ำ นอนมากขึ้น ไม่กระตือรือร้น อาเจียน และท้องเสีย
ดีซ่าน สังเกตเห็น ผิวหนัง เยื่อเมือก เหงือก และตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น
พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ มักแสดงออกเป็นอาการสับสน มึนงง เดินเซ กดศีรษะกับผนัง หรือมีอาการชัก
19 Dec 2025
เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้นได้!
เพราะการรักษาที่ดีที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการ วินิจฉัยที่ชัดเจนและทันเวลา! [PKAH RANGSIT]
เราใช้เครื่อง CT Scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลเพื่อนซี้ของคุณค่ะ
CT Scan ช่วยน้องได้อย่างไรบ้าง?
19 Dec 2025
การตรวจ CT Scan (Computed Tomography) เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ที่ให้ภาพภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงแบบ สามมิติ ทำให้สัตวแพทย์สามารถเห็นรายละเอียดของ อวัยวะ กระดูก และเนื้อเยื่อ ได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป จึงช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น
8 Mar 2026


