ศูนย์โรคไตในสุนัขและแมว (Pet Kidney Disease Center) - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
Last updated: 20 Dec 2025
408 Views

ศูนย์โรคไตในสุนัขและแมว (Pet Kidney Disease Center) - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
โรคไตเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนบางชนิด
โรคไตสามารถแบ่งออกได้เป็น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury ; AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease ; CKD)*
สาเหตุหลักของโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักๆ ได้แก่:
- ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะในแมวและสุนัขสูงวัย
- การได้รับสารพิษ: เช่น ยาบางชนิด สารเคมี สารหล่อเย็นในรถยนต์ (ethylene glycol) หรือพืชที่เป็นพิษ
- การติดเชื้อ: เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เช่น Leptospirosis หรือโณคฉี่หนู เป็นต้น
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะนิ่วในไต/ทางเดินปัสสาวะ
- พันธุกรรม: สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์อาจมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น เป็น cyst ที่ไต หรือ ท่อการกรองของไตเสื่อมในสุนัขบางสายพันธุ์ เป็นต้น
2. สัญญาณและอาการที่ควรสังเกตโรคไตในสุนัขแมว
อาการของโรคไตในระยะแรกมักไม่ชัดเจน แต่จะเริ่มแสดงออกเมื่อไตสูญเสียการทำงานไปแล้วประมาณ 60%75% เจ้าของจึงควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- ดื่มน้ำมาก/ปัสสาวะมาก (PD/PU) เป็นสัญญาณแรกๆ ที่พบมากที่สุด เนื่องจากไตไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ทำให้ร่างกายพยายามดื่มน้ำมาชดเชย
- ซึม/อ่อนแรงขาดพลังงาน ไม่ร่าเริง ไม่เล่นเหมือนเดิม
- เบื่ออาหาร / น้ำหนักลดมีอาการคลื่นไส้จากการสะสมของ ของเสียในเลือด (Uremia) ทำให้กินอาหารลดลงและน้ำหนักลด
- อาเจียน / ท้องเสียการสะสมของของเสียทำให้เกิดการระคายเคือง ในระบบทางเดินอาหาร
- กลิ่นปากเหม็นมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นยูเรีย (Uremic Breath) และอาจมีแผลในช่องปากร่วมด้วย
- ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงไปที่ไขกระดูก (โณงงานสร้างเม็ดเลือด) ได้น้อยลง ทำให้เหงือกซีด
- ชัก / ตาบอดในกรณีที่รุนแรง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูงมาก หรือของเสียในเลือดสูงมากจนกระทบต่อระบบประสาท
3. การรักษาและการจัดการโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่ถูกต้องสามารถชะลอการเสื่อมของไตและเพิ่มคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้:
- อาหารสำหรับโรคไต (Renal Diet) : เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา อาหารจะมีการควบคุมปริมาณ ฟอสฟอรัส และ โปรตีน ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีการเพิ่มกรดไขมันจำเป็น
- การให้สารน้ำ: การให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดในระยะแรก และปรับการให้ใต้ผิวหนังในระยะต่อมา ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำ
- การใช้ยา:
* ยาควบคุมความดันโลหิต
* ยาควบคุมระดับฟอสฟอรัสในเลือด (Phosphate Binders)
* ยาช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (ในกรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง)
* ยาควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
- การรักษาขั้นสูง: ในกรณีที่ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังรุนแรง อาจมีการพิจารณา การฟอกไต (Dialysis) เพื่อช่วยกำจัดของเสียออกจากเลือดโดยตรง
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ (อย่างน้อยปีละครั้ง) โดยเฉพาะการตรวจค่าไต SDMA ซึ่งสามารถตรวจพบการทำงานของไตที่ผิดปกติได้เร็วกว่าการตรวจค่า Creatinine แบบเดิม จะช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้ทันท่วงทีและยืดอายุสัตว์เลี้ยงของคุณได้นานขึ้น
โรคไตเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนบางชนิด
โรคไตสามารถแบ่งออกได้เป็น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury ; AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease ; CKD)*
สาเหตุหลักของโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักๆ ได้แก่:
- ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะในแมวและสุนัขสูงวัย
- การได้รับสารพิษ: เช่น ยาบางชนิด สารเคมี สารหล่อเย็นในรถยนต์ (ethylene glycol) หรือพืชที่เป็นพิษ
- การติดเชื้อ: เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เช่น Leptospirosis หรือโณคฉี่หนู เป็นต้น
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะนิ่วในไต/ทางเดินปัสสาวะ
- พันธุกรรม: สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์อาจมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น เป็น cyst ที่ไต หรือ ท่อการกรองของไตเสื่อมในสุนัขบางสายพันธุ์ เป็นต้น
2. สัญญาณและอาการที่ควรสังเกตโรคไตในสุนัขแมว
อาการของโรคไตในระยะแรกมักไม่ชัดเจน แต่จะเริ่มแสดงออกเมื่อไตสูญเสียการทำงานไปแล้วประมาณ 60%75% เจ้าของจึงควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- ดื่มน้ำมาก/ปัสสาวะมาก (PD/PU) เป็นสัญญาณแรกๆ ที่พบมากที่สุด เนื่องจากไตไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ทำให้ร่างกายพยายามดื่มน้ำมาชดเชย
- ซึม/อ่อนแรงขาดพลังงาน ไม่ร่าเริง ไม่เล่นเหมือนเดิม
- เบื่ออาหาร / น้ำหนักลดมีอาการคลื่นไส้จากการสะสมของ ของเสียในเลือด (Uremia) ทำให้กินอาหารลดลงและน้ำหนักลด
- อาเจียน / ท้องเสียการสะสมของของเสียทำให้เกิดการระคายเคือง ในระบบทางเดินอาหาร
- กลิ่นปากเหม็นมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นยูเรีย (Uremic Breath) และอาจมีแผลในช่องปากร่วมด้วย
- ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงไปที่ไขกระดูก (โณงงานสร้างเม็ดเลือด) ได้น้อยลง ทำให้เหงือกซีด
- ชัก / ตาบอดในกรณีที่รุนแรง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูงมาก หรือของเสียในเลือดสูงมากจนกระทบต่อระบบประสาท
3. การรักษาและการจัดการโรคไตในสุนัขแมว
โรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่ถูกต้องสามารถชะลอการเสื่อมของไตและเพิ่มคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้:
- อาหารสำหรับโรคไต (Renal Diet) : เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา อาหารจะมีการควบคุมปริมาณ ฟอสฟอรัส และ โปรตีน ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีการเพิ่มกรดไขมันจำเป็น
- การให้สารน้ำ: การให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดในระยะแรก และปรับการให้ใต้ผิวหนังในระยะต่อมา ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำ
- การใช้ยา:
* ยาควบคุมความดันโลหิต
* ยาควบคุมระดับฟอสฟอรัสในเลือด (Phosphate Binders)
* ยาช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (ในกรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง)
* ยาควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
- การรักษาขั้นสูง: ในกรณีที่ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังรุนแรง อาจมีการพิจารณา การฟอกไต (Dialysis) เพื่อช่วยกำจัดของเสียออกจากเลือดโดยตรง
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ (อย่างน้อยปีละครั้ง) โดยเฉพาะการตรวจค่าไต SDMA ซึ่งสามารถตรวจพบการทำงานของไตที่ผิดปกติได้เร็วกว่าการตรวจค่า Creatinine แบบเดิม จะช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้ทันท่วงทีและยืดอายุสัตว์เลี้ยงของคุณได้นานขึ้น
Related Content
เรามีธนาคารเลือดสุนัขและแมวที่พร้อมให้บริการเลือด (Fresh whole blood) และส่วนประกอบของเลือด (Blood components) และบริการถ่ายเลือดสุนัขและแมว ด้วยเลือดที่มีคุณภาพ มีการตรวจสอบทุกขั้นตอนตามมาตรฐานเทียบเท่าธนาคารเลือดของคน
30 Dec 2025
โรคหัวใจในสุนัขและแมวเป็นภาวะที่เกิดความผิดปกติของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงเหนื่อยง่าย ไอ หายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร มีน้ำในช่องท้อง หรืออาจเป็นลม ซึ่งมักแสดงอาการรุนแรงเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว การสังเกตอาการ การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตามคำแนะนำสัตวแพทย์ เช่น การให้ยาที่ถูกต้อง การจำกัดเกลือ และการเสริมทอรีนในแมว เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
19 Jan 2026
น้องจิโน่ ….มาด้วยอาการอาเจียน และซึม จากการซักประวัติ คุณแม่แจ้งว่าน้องแอบกินเศษตุ๊กตา หรือผ้าเข้าไปโดยไม่แน่ใจ และเริ่มแสดงอาการมาประมาณ 3 วัน ก่อนพาไปพบคุณหมอที่แรก คุณหมอวินิจฉัยว่า “มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหาร” พร้อมทำการ X-ray และกลืนแป้งทึบรังสี เพื่อติดตามตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม จากนั้นคุณแม่ได้ติดต่อมายัง ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เพื่อขอให้ทีมสัตวแพทย์ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหาร หากพบสิ่งแปลกปลอมจะพยายามคีบออกโดยไม่ต้องผ่าตัด
27 May 2026


