Share

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการให้เลือดสุนัขแมว

Last updated: 23 Feb 2026
448 Views

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการให้เลือดสุนัขแมว


การให้เลือดสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ผู้รับต้องมีการตรวจเลือดหมู่ (blood typing) และทดสอบความเข้ากันได้ (crossmatching) กับผู้บริจาค เลือดที่ใช้ต้องผ่านการคัดกรองโรคก่อนการให้เลือด และผู้รับต้องได้รับการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างและหลังการให้เลือดเพื่อป้องกันปฏิกิริยาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
การให้เลือดในสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่สำคัญและช่วยชีวิตได้ แต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้มีดังนี้:

การตรวจหมู่เลือดและความเข้ากันได้ของเลือด (Blood Typing & Cross-Matching) นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปฏิกิริยาการแพ้เลือดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต:
- หมู่เลือด (Blood Type):
* สุนัข: มีหมู่เลือดหลายกลุ่ม (เช่น DEA 1.1, 1.2, 4, ฯลฯ) หมู่เลือดที่สำคัญที่สุดคือ DEA 1.1 Positive การให้เลือดที่ไม่เข้ากันในสุนัขครั้งแรกมักไม่เกิดปฏิกิริยารุนแรงทันที แต่จะทำให้เกิดแอนติบอดี (ภูมิคุ้มกัน) ที่เป็นอันตรายต่อการให้เลือดในครั้งต่อไป ยกเว้น สุนัขที่มีหมู่เลือด DEA 1.1 Negative ได้รับเลือด DEA 1.1 Positive ในครั้งที่สอง จะเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
* แมว: มี 3 กลุ่มหลักคือ A, B และ AB แมวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปฏิกิริยาแพ้เลือดรุนแรงแม้ในการให้เลือดครั้งแรก เพราะแมวบางกลุ่มมีแอนติบอดีต่อหมู่เลือดอื่นอยู่แล้วตามธรรมชาติ (โดยเฉพาะแมวกลุ่ม B ที่มีแอนติบอดีต่อกลุ่ม A สูง) ดังนั้น การให้เลือดแมวต้องตรงกลุ่มเสมอ
* การตรวจ Cross-Matching: เป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าเลือดของผู้ให้ (Donor) และผู้รับ (Recipient) เข้ากันได้หรือไม่ โดยจะนำเม็ดเลือดและน้ำเลือดมาผสมกันเพื่อสังเกตปฏิกิริยา การตรวจนี้ต้องทำ ทุกครั้ง ก่อนการถ่ายเลือด

2. การเตรียมตัวและการตรวจสอบผู้ให้เลือด (Donor Screening) เพื่อให้แน่ใจว่าเลือดที่ได้รับมีความปลอดภัย:
* สุขภาพผู้ให้: ผู้ให้เลือดต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ (สุนัข > 17-20 กก., แมว > 4 กก.) อายุระหว่าง 1-7 หรือ 1-8 ปี และไม่มีโรคประจำตัว
* การตรวจโรคติดต่อทางเลือด: ผู้ให้เลือดต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคติดต่อร้ายแรง เช่น พยาธิเม็ดเลือด (เช่น Ehrlichia, Babesia) และในแมวต้องตรวจหาโรค เอดส์แมว (FIV) และ ลิวคีเมียแมว (FeLV)

3. ขั้นตอนและการสังเกตการณ์ระหว่างให้เลือด
การให้เลือดต้องทำอย่างช้าๆ และมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด:
* อัตราการให้เลือด: ต้องเริ่มด้วยอัตราที่ช้ามากๆ ในช่วง 15-30 นาทีแรก เพื่อสังเกตอาการแพ้ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มอัตราความเร็ว แต่โดยรวมแล้วต้องให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรียและรักษาคุณภาพของเลือด
* การสังเกตอาการแพ้ (Transfusion Reactions): สัตวแพทย์จะเฝ้าระวังอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น ไข้สูง หายใจเร็ว/ลำบาก อาเจียน ตัวสั่น คัน หรือกระวนกระวาย ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้เลือด หากพบต้องหยุดให้เลือดและให้การรักษาทันที

สรุป: การให้เลือดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความรู้ทางการแพทย์สัตว์และต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง หมู่เลือด (โดยเฉพาะในแมว) และการทำ Cross-Matching เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์เลี้ยง

 

บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)


Related Content
สุนัขติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ทำไมเกล็ดเลือดถึงต่ำ มีเลือดออกจมูกและปัสสาวะเป็นเลือด
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 Dec 2025
#โรคไตแมว #แมวเป็นโรคไต #อาการโรคไตในแมว #แมวกินน้ำเยอะผิดปกติ #แมวปัสสาวะบ่อย #แมวเบื่ออาหาร #แมวอาเจียน #แมวซึมไม่กินอาหาร #แมวแก่โรคไต #แมวอายุ7ปีขึ้นไป  #ตรวจเลือดแมว #ตรวจค่าไตแมว #ตรวจสุขภาพแมว #ตรวจสุขภาพแมวสูงวัย #ตรวจสุขภาพแมวราคา #ตรวจไตแมว #อาห
โรคไตไม่ใช่โรคร้ายเสมอไป…แมวหลายตัวสามารถอยู่กับโรคไตได้ หลายปี หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และตรวจพบเร็ว “ยิ่งรู้เร็ว = ยิ่งช่วยยืดอายุแมวได้” โรคไตในแมว เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในแมวอายุมากกว่า 7 ปี และมักเป็นแบบ เรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ สามารถชะลออาการและยืดอายุแมวได้ หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างเหมาะสม
12 Apr 2026
การถ่ายเลือดสุนัข, ถ่ายเลือดหมา, โลหิตจางในสุนัข, ธนาคารเลือดสุนัข, ธนาคารเลือดสัตว์เลี้ยง, สุนัขเสียเลือด, โรคพยาธิเม็ดเลือดสุนัข, IMHA สุนัข, โรงพยาบาลสัตว์รังสิต, ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต, Blood Bank for Dogs, Dog Blood Transfusion, Emergency Vete
การถ่ายเลือด (Blood Transfusion) เป็นหนึ่งในหัตถการสำคัญทางการสัตวแพทย์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับสุนัขและแมวที่มีภาวะสูญเสียเลือดหรือเม็ดเลือดแดงอย่างรุนแรง ในหลายกรณี การได้รับเลือดอย่างทันท่วงทีสามารถช่วยประคับประคองอาการจนสัตว์เลี้ยงผ่านพ้นภาวะวิกฤตได้
24 Jun 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy