Share

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการให้เลือดสุนัขแมว

Last updated: 23 Feb 2026
310 Views

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการให้เลือดสุนัขแมว


การให้เลือดสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ผู้รับต้องมีการตรวจเลือดหมู่ (blood typing) และทดสอบความเข้ากันได้ (crossmatching) กับผู้บริจาค เลือดที่ใช้ต้องผ่านการคัดกรองโรคก่อนการให้เลือด และผู้รับต้องได้รับการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างและหลังการให้เลือดเพื่อป้องกันปฏิกิริยาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
การให้เลือดในสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่สำคัญและช่วยชีวิตได้ แต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้มีดังนี้:

การตรวจหมู่เลือดและความเข้ากันได้ของเลือด (Blood Typing & Cross-Matching) นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปฏิกิริยาการแพ้เลือดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต:
- หมู่เลือด (Blood Type):
* สุนัข: มีหมู่เลือดหลายกลุ่ม (เช่น DEA 1.1, 1.2, 4, ฯลฯ) หมู่เลือดที่สำคัญที่สุดคือ DEA 1.1 Positive การให้เลือดที่ไม่เข้ากันในสุนัขครั้งแรกมักไม่เกิดปฏิกิริยารุนแรงทันที แต่จะทำให้เกิดแอนติบอดี (ภูมิคุ้มกัน) ที่เป็นอันตรายต่อการให้เลือดในครั้งต่อไป ยกเว้น สุนัขที่มีหมู่เลือด DEA 1.1 Negative ได้รับเลือด DEA 1.1 Positive ในครั้งที่สอง จะเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
* แมว: มี 3 กลุ่มหลักคือ A, B และ AB แมวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปฏิกิริยาแพ้เลือดรุนแรงแม้ในการให้เลือดครั้งแรก เพราะแมวบางกลุ่มมีแอนติบอดีต่อหมู่เลือดอื่นอยู่แล้วตามธรรมชาติ (โดยเฉพาะแมวกลุ่ม B ที่มีแอนติบอดีต่อกลุ่ม A สูง) ดังนั้น การให้เลือดแมวต้องตรงกลุ่มเสมอ
* การตรวจ Cross-Matching: เป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าเลือดของผู้ให้ (Donor) และผู้รับ (Recipient) เข้ากันได้หรือไม่ โดยจะนำเม็ดเลือดและน้ำเลือดมาผสมกันเพื่อสังเกตปฏิกิริยา การตรวจนี้ต้องทำ ทุกครั้ง ก่อนการถ่ายเลือด

2. การเตรียมตัวและการตรวจสอบผู้ให้เลือด (Donor Screening) เพื่อให้แน่ใจว่าเลือดที่ได้รับมีความปลอดภัย:
* สุขภาพผู้ให้: ผู้ให้เลือดต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ (สุนัข > 17-20 กก., แมว > 4 กก.) อายุระหว่าง 1-7 หรือ 1-8 ปี และไม่มีโรคประจำตัว
* การตรวจโรคติดต่อทางเลือด: ผู้ให้เลือดต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคติดต่อร้ายแรง เช่น พยาธิเม็ดเลือด (เช่น Ehrlichia, Babesia) และในแมวต้องตรวจหาโรค เอดส์แมว (FIV) และ ลิวคีเมียแมว (FeLV)

3. ขั้นตอนและการสังเกตการณ์ระหว่างให้เลือด
การให้เลือดต้องทำอย่างช้าๆ และมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด:
* อัตราการให้เลือด: ต้องเริ่มด้วยอัตราที่ช้ามากๆ ในช่วง 15-30 นาทีแรก เพื่อสังเกตอาการแพ้ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มอัตราความเร็ว แต่โดยรวมแล้วต้องให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรียและรักษาคุณภาพของเลือด
* การสังเกตอาการแพ้ (Transfusion Reactions): สัตวแพทย์จะเฝ้าระวังอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น ไข้สูง หายใจเร็ว/ลำบาก อาเจียน ตัวสั่น คัน หรือกระวนกระวาย ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้เลือด หากพบต้องหยุดให้เลือดและให้การรักษาทันที

สรุป: การให้เลือดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความรู้ทางการแพทย์สัตว์และต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง หมู่เลือด (โดยเฉพาะในแมว) และการทำ Cross-Matching เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์เลี้ยง

 

บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)


Related Content
โรคหรือภาวะที่อาจทำให้สุนัขแมวต้องการเลือด
สุนัขและแมวอาจต้องการเลือดจากธนาคารเลือดในกรณีที่มี ภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุเสียเลือดมาก, การผ่าตัดใหญ่, โรคเรื้อรัง (ไต, มะเร็ง), ภาวะเลือดออกผิดปกติจากพิษงูหรือสารพิษอื่นๆ, หรือโรคติดเชื้อบางชนิด (เช่น พยาธิเม็ดเลือด, โรคเอดส์แมว, โรคลิวคีเมีย) ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดถูกทำลาย
20 Dec 2025
PetGym, ฟิตเนสสัตว์เลี้ยง, ฟิตเนสน้องหมา, ฟิตเนสแมว, PetFitness, DogFitness, CatFitness, กายภาพสัตว์เลี้ยง, กายภาพสุนัข, กายภาพแมว, PetRehabilitation, PetPhysicalTherapy, Hydrotherapy, UnderwaterTreadmill, ลู่วิ่งใต้น้ำสุนัข, ลู่วิ่งใต้น้ำแมว, ฟื้นฟูสัตว์
ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีของน้องหมาและน้องแมว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก ฟื้นฟูร่างกาย และเพิ่มความแข็งแรงให้สัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์และนักกายภาพสัตว์ เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะข้อเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หลังผ่าตัด หรือสัตว์เลี้ยงสูงวัย รวมถึงน้อง ๆ ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว “การออกกำลังกาย” ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูสุขภาพ การลดน้ำหนัก และเสริมคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง
25 May 2026
ธนาคารเลือดสุนัข, ธนาคารเลือดแมว, บริการถ่ายเลือดสุนัขแมว, โรงพยาบาลสัตว์, รักษาสุนัขแมวปทุมธานี, รักษาสัตว์รังสิต, ถ่ายเลือดสุนัข, ถ่ายเลือดแมว, ให้เลือดสุนัข, .ให้เลือดแมว
มากกว่าการ “ให้เลือด” คือกระบวนการที่ต้องแข่งกับเวลาและความแม่นยำ การถ่ายเลือดในสุนัขและแมว ไม่ใช่เพียงการนำเลือดจากตัวหนึ่งไปใส่อีกตัวหนึ่ง แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนสูง ต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทาง ความละเอียดรอบคอบ และการควบคุมความเสี่ยงในทุกขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยของทั้ง ผู้ให้เลือด และ ผู้รับเลือด เหตุใดการถ่ายเลือดสัตว์เลี้ยงจึงถือเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างรัดกุม?
23 Feb 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy