ศูนย์โรคหัวใจสัตว์เลี้ยง (Heart Center for Pets)
Last updated: 21 Dec 2025
684 Views

ศูนย์โรคหัวใจสัตว์เลี้ยง (Heart Center for Pets)
ศูนย์สัตวแพทย์เฉพาะทางที่ให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เนื่องจากโรคหัวใจเป็นภาวะที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำและช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว
สัญญาณเตือนของโรคหัวใจในสุนัขแมวที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม
โรคหัวใจในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไป เจ้าของอาจสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ได้
ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะไอแห้งๆ หลังออกกำลังกาย หรือไอตอนกลางคืนและช่วงเช้า
เหนื่อยง่ายผิดปกติ เล่นหรือออกกำลังกายได้ไม่นานเท่าเดิม
หายใจลำบาก หรือหายใจเร็วกว่าปกติ ขณะพัก
เป็นลมหรือหมดสติ (Fainting/Syncope): อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ท้องกาง หรือบวมน้ำ (Ascites): มีของเหลวสะสมในช่องท้อง
เหงือกและลิ้นมีสีซีดหรือม่วงคล้ำ
น้ำหนักลด และเบื่ออาหาร
หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาสัตว์เลี้ยงมาตรวจประเมินกับสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด การวินิจฉัยโรคหัวใจในสุนัขแมวด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
การวินิจฉัยโรคหัวใจที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการวางแผนการรักษา ศูนย์ฯ จึงใช้เทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐาน
1 การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจสุนัขแมว (Echocardiogram):
เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุด (Gold Standard) ในการวินิจฉัยโรคหัวใจ
สามารถสร้างภาพหัวใจแบบเรียลไทม์ ทำให้สัตวแพทย์เห็นโครงสร้างของหัวใจ, ขนาดของห้องหัวใจ, การทำงานของลิ้นหัวใจ, และความหนาหรือการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างละเอียด
2 การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจสุนัขแมว (Electrocardiogram - ECG/EKG):
ใช้วิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจและความผิดปกติทางไฟฟ้า
จำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmias)
3 การเอกซเรย์ช่องอกสุนัขแมว (Chest X-ray):
ช่วยประเมินขนาดและรูปร่างโดยรวมของหัวใจ (เงาหัวใจ)
สามารถตรวจหาภาวะโรคปอดบวมที่เกี่ยวข้อง เช่น ปอดบวมน้ำ (Pulmonary Edema) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายของโรคหัวใจได้
4 การวัดความดันโลหิตสุนัขแมว (Blood Pressure Measurement):
ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นได้ทั้งสาเหตุและผลของโรคหัวใจและโรคไต จึงต้องมีการตรวจวัดและควบคุมอย่างสม่ำเสมอ
#แนวทางการดูแลและรักษาโรคหัวใจในสุนัขแมว
เนื่องจากโรคหัวใจส่วนใหญ่มักเป็นภาวะเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายหลักของการรักษาจึงเป็นการ:
ชะลอการดำเนินไปของโรค
ควบคุมอาการ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบายขึ้น
ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่เป็นอันตราย
ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้สัตว์เลี้ยงสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
การดูแลในศูนย์โรคหัวใจโดยเฉพาะ จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับการประเมินและปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับระยะของโรคเฉพาะตัว ทำให้พวกเขามีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขไปกับเจ้าของได้นานขึ้น
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต (PKAH Rangsit Veterinary Center) เป็นศูนย์ให้บริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ที่พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
ศูนย์สัตวแพทย์เฉพาะทางที่ให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เนื่องจากโรคหัวใจเป็นภาวะที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำและช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว
สัญญาณเตือนของโรคหัวใจในสุนัขแมวที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม
โรคหัวใจในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไป เจ้าของอาจสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ได้
ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะไอแห้งๆ หลังออกกำลังกาย หรือไอตอนกลางคืนและช่วงเช้า
เหนื่อยง่ายผิดปกติ เล่นหรือออกกำลังกายได้ไม่นานเท่าเดิม
หายใจลำบาก หรือหายใจเร็วกว่าปกติ ขณะพัก
เป็นลมหรือหมดสติ (Fainting/Syncope): อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ท้องกาง หรือบวมน้ำ (Ascites): มีของเหลวสะสมในช่องท้อง
เหงือกและลิ้นมีสีซีดหรือม่วงคล้ำ
น้ำหนักลด และเบื่ออาหาร
หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาสัตว์เลี้ยงมาตรวจประเมินกับสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด การวินิจฉัยโรคหัวใจในสุนัขแมวด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
การวินิจฉัยโรคหัวใจที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการวางแผนการรักษา ศูนย์ฯ จึงใช้เทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐาน
1 การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจสุนัขแมว (Echocardiogram):
เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุด (Gold Standard) ในการวินิจฉัยโรคหัวใจ
สามารถสร้างภาพหัวใจแบบเรียลไทม์ ทำให้สัตวแพทย์เห็นโครงสร้างของหัวใจ, ขนาดของห้องหัวใจ, การทำงานของลิ้นหัวใจ, และความหนาหรือการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างละเอียด
2 การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจสุนัขแมว (Electrocardiogram - ECG/EKG):
ใช้วิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจและความผิดปกติทางไฟฟ้า
จำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmias)
3 การเอกซเรย์ช่องอกสุนัขแมว (Chest X-ray):
ช่วยประเมินขนาดและรูปร่างโดยรวมของหัวใจ (เงาหัวใจ)
สามารถตรวจหาภาวะโรคปอดบวมที่เกี่ยวข้อง เช่น ปอดบวมน้ำ (Pulmonary Edema) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายของโรคหัวใจได้
4 การวัดความดันโลหิตสุนัขแมว (Blood Pressure Measurement):
ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นได้ทั้งสาเหตุและผลของโรคหัวใจและโรคไต จึงต้องมีการตรวจวัดและควบคุมอย่างสม่ำเสมอ
#แนวทางการดูแลและรักษาโรคหัวใจในสุนัขแมว
เนื่องจากโรคหัวใจส่วนใหญ่มักเป็นภาวะเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายหลักของการรักษาจึงเป็นการ:
ชะลอการดำเนินไปของโรค
ควบคุมอาการ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบายขึ้น
ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่เป็นอันตราย
ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้สัตว์เลี้ยงสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
การดูแลในศูนย์โรคหัวใจโดยเฉพาะ จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับการประเมินและปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับระยะของโรคเฉพาะตัว ทำให้พวกเขามีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขไปกับเจ้าของได้นานขึ้น
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต (PKAH Rangsit Veterinary Center) เป็นศูนย์ให้บริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ที่พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
Related Content
กระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation) เป็นโรคทางกระดูกและข้อที่พบได้บ่อยในสุนัข โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปอมเมอเรเนียน ชิวาวา ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ พุดเดิ้ล และปักกิ่ง แต่ก็สามารถพบในสุนัขพันธุ์ใหญ่ได้เช่นกัน
โรคนี้เกิดจากการที่ กระดูกสะบ้า (Patella) เคลื่อนหลุดออกจากร่องของข้อเข่า ทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติ ส่งผลให้สุนัขเดินกะเผลก ยกขาสลับเดิน หรือเกิดอาการปวดเมื่อใช้งานข้อเข่า
22 Jul 2026
เพราะการฝากเลี้ยงสำหรับน้องบางตัว ไม่ได้ต้องการแค่ที่พัก
แต่ต้องการการดูแลที่เข้าใจสุขภาพของเขาด้วยที่ PKAH เราพร้อมดูแลทั้ง Pet Hotel & Medical Boarding
รองรับทั้งน้องสุขภาพดี น้องสูงวัย หรือน้องที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษระหว่างเข้าพัก
6 Jun 2026
โรคไตไม่ใช่โรคร้ายเสมอไป…แมวหลายตัวสามารถอยู่กับโรคไตได้ หลายปี หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และตรวจพบเร็ว “ยิ่งรู้เร็ว = ยิ่งช่วยยืดอายุแมวได้” โรคไตในแมว เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในแมวอายุมากกว่า 7 ปี และมักเป็นแบบ เรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ สามารถชะลออาการและยืดอายุแมวได้ หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างเหมาะสม
12 Apr 2026


