เลเซอร์บำบัดสัตว์เลี้ยง (Laser Therapy) ช่วยลดปวดและเร่งการฟื้นตัวได้จริงหรือ?
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2026
23 ผู้เข้าชม

เลเซอร์บำบัดสัตว์เลี้ยง ช่วยลดปวดและเร่งการฟื้นตัวได้จริงหรือ?
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการปวด เดินกะเผลก ขยับตัวลำบาก หรือกำลังพักฟื้นหลังการผ่าตัด เจ้าของหลายคนอาจกำลังมองหาวิธีรักษาที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เลเซอร์บำบัด (Laser Therapy) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางสัตวแพทย์ที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และช่วยลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลเซอร์บำบัดคืออะไร?
เลเซอร์บำบัดเป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำหรือสูงในระดับที่เหมาะสม กระตุ้นการทำงานของเซลล์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดการอักเสบ และกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
โรคและภาวะที่เหมาะกับการทำเลเซอร์บำบัด
เลเซอร์บำบัดสามารถใช้ร่วมกับการรักษาหลายโรค ได้แก่
* โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความคล่องตัวในการเดิน
* ภาวะข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อและกล้ามเนื้อรอบสะโพก
* หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (IVDD) ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด ร่วมกับการรักษาของสัตวแพทย์
* อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ เอ็นอักเสบ หรืออาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
ประโยชน์ของเลเซอร์บำบัด
* ช่วยลดอาการปวดโดยไม่ต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียว
* ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
* กระตุ้นการสร้างเซลล์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
* เพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่รักษา
* ช่วยให้แผลและกล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น
* สามารถใช้ร่วมกับกายภาพบำบัดและการรักษาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
สัตว์เลี้ยงเจ็บหรือไม่ขณะทำ?
โดยทั่วไป ไม่เจ็บ สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่นอนนิ่งหรือรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการรักษา ใช้เวลาประมาณ 5–20 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของโรค
เลเซอร์บำบัดรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
เลเซอร์บำบัด ไม่ใช่การรักษาที่ทำให้โรคหายขาดทุกกรณี แต่เป็นวิธีที่ช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ และส่งเสริมการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในโรคเรื้อรัง เช่น โรคข้อเสื่อม หรือในสัตว์ที่กำลังพักฟื้นหลังผ่าตัด ซึ่งควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนการรักษาโดยสัตวแพทย์
เมื่อไหร่ควรพาสัตว์เลี้ยงมาตรวจ?
หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจ
* เดินกะเผลกหรือไม่ลงน้ำหนักขา
* ลุก นั่ง หรือขึ้นบันไดลำบาก
* มีอาการปวดเมื่อจับบริเวณข้อหรือหลัง
* ฟื้นตัวช้าหลังการผ่าตัด
* กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นได้รับบาดเจ็บ
การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาเคลื่อนไหวได้ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายประเมินได้ที่
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต (ซอยรังสิต-นครนายก 27)
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Web: www.pkahrangsit.com
แผนที่: https://share.google/VoafaDDL4tNGr4Lqr
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการปวด เดินกะเผลก ขยับตัวลำบาก หรือกำลังพักฟื้นหลังการผ่าตัด เจ้าของหลายคนอาจกำลังมองหาวิธีรักษาที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เลเซอร์บำบัด (Laser Therapy) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางสัตวแพทย์ที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และช่วยลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลเซอร์บำบัดคืออะไร?
เลเซอร์บำบัดเป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำหรือสูงในระดับที่เหมาะสม กระตุ้นการทำงานของเซลล์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดการอักเสบ และกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
โรคและภาวะที่เหมาะกับการทำเลเซอร์บำบัด
เลเซอร์บำบัดสามารถใช้ร่วมกับการรักษาหลายโรค ได้แก่
* โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความคล่องตัวในการเดิน
* ภาวะข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อและกล้ามเนื้อรอบสะโพก
* หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (IVDD) ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด ร่วมกับการรักษาของสัตวแพทย์
* อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ เอ็นอักเสบ หรืออาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
ประโยชน์ของเลเซอร์บำบัด
* ช่วยลดอาการปวดโดยไม่ต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียว
* ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
* กระตุ้นการสร้างเซลล์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
* เพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่รักษา
* ช่วยให้แผลและกล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น
* สามารถใช้ร่วมกับกายภาพบำบัดและการรักษาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
สัตว์เลี้ยงเจ็บหรือไม่ขณะทำ?
โดยทั่วไป ไม่เจ็บ สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่นอนนิ่งหรือรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการรักษา ใช้เวลาประมาณ 5–20 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของโรค
เลเซอร์บำบัดรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
เลเซอร์บำบัด ไม่ใช่การรักษาที่ทำให้โรคหายขาดทุกกรณี แต่เป็นวิธีที่ช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ และส่งเสริมการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในโรคเรื้อรัง เช่น โรคข้อเสื่อม หรือในสัตว์ที่กำลังพักฟื้นหลังผ่าตัด ซึ่งควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนการรักษาโดยสัตวแพทย์
เมื่อไหร่ควรพาสัตว์เลี้ยงมาตรวจ?
หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจ
* เดินกะเผลกหรือไม่ลงน้ำหนักขา
* ลุก นั่ง หรือขึ้นบันไดลำบาก
* มีอาการปวดเมื่อจับบริเวณข้อหรือหลัง
* ฟื้นตัวช้าหลังการผ่าตัด
* กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นได้รับบาดเจ็บ
การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาเคลื่อนไหวได้ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายประเมินได้ที่
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต (ซอยรังสิต-นครนายก 27)
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Web: www.pkahrangsit.com
แผนที่: https://share.google/VoafaDDL4tNGr4Lqr
บทความที่เกี่ยวข้อง
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025
วงจรชีวิตของเห็บและหมัด จะอาศัยอยู่บนตัวสุนัขและแมวทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อเห็บสุนัขตัวเมียกินเลือดเสร็จจากสุนัข จะลงมาวางไข่ในสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นไข่จะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 หลังจากฟักตัวจะขึ้นไปบนสุนัขอีกรอบ เพื่อเข้าไปกินเลือดและลงมาฟักตัวเป็นระยะ นิ้ม หลังจากนั้น Nymph ก็จะขึ้นไปบนตัวสุนัขไปกินเลือดเป็นครั้งที่ 2 และจะลงมาฟักตัวเป็นตัวเต็มวัย และตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้เพศเมียก็จะกินเลือดสุนัขเป็นครั้งที่ 3 และสืบพันธุ์กันเพื่อทำให้เกิดการวางไข่ต่อไป โดยวงจรชีวิตของเห็บจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ฉะนั้นควรทำการป้องกันเห็บ อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน อย่างต่อเนื่องครับ
22 ธ.ค. 2025
การตรวจ CT Scan (Computed Tomography) เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ที่ให้ภาพภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงแบบ สามมิติ ทำให้สัตวแพทย์สามารถเห็นรายละเอียดของ อวัยวะ กระดูก และเนื้อเยื่อ ได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป จึงช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น
8 มี.ค. 2026


