หากสุนัขแมวขนร่วงผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนัง
อัพเดทล่าสุด: 26 เม.ย. 2026
493 ผู้เข้าชม

สัตว์เลี้ยงที่ขนร่วง “ผิดปกติ” “ขนร่วงไม่ใช่เรื่องเล็ก” หากสุนัขแมวขนร่วงผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนัง หากพบอาการคัน ขนร่วงเป็นหย่อม หรือมีกลิ่นตัวผิดปกติ อย่ารอช้า พาน้อง ๆ มาพบสัตวแพทย์เฉพาะทาง เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
อาการขนร่วงที่ “ผิดปกติ” ในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ ไม่ใช่เพียงการผลัดขนตามธรรมชาติ การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้น้อง ๆ ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที
สัญญาณขนร่วงในสุนัขแมวที่ “ผิดปกติ”
1. ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ : เห็นผิวหนังชัดเจน หรือมีลักษณะเป็นวง สาเหตุที่เป็นไปได้ : เชื้อรา (Ringworm), ไรขี้เรื้อน, การติดเชื้อแบคทีเรีย
2. มีอาการคัน เกา หรือเลียตัวบ่อย อาจพบร่วมกับผิวหนังแดงหรือมีแผล สาเหตุ : โรคภูมิแพ้, หมัดและเห็บ, การติดเชื้อยีสต์
3. ขนร่วงแบบสมมาตรทั้งสองข้าง มักไม่คัน แต่ขนบางลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุ : ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyroidism) หรือโรคคุชชิง (Cushing’s syndrome)
4. ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือมีกลิ่นตัวแรง บ่งบอกถึงการอักเสบหรือติดเชื้อของผิวหนัง
5. ขนร่วงมากผิดปกติ หรือขนไม่ขึ้นใหม่ อาจเกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการไม่สมดุล หรือโรคเรื้อรัง
6. มีอาการป่วยสัตว์ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนเรื่องอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น เริ่มมีซึม อ่อนแรง, น้ำหนักเปลี่ยนแปลง, ดื่มน้ำหรือปัสสาวะมากขึ้น, เบื่ออาหาร
เมื่อไรควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์? ควรรีบพาน้อง ๆ มาตรวจ หากพบอาการดังต่อไปนี้:
• ขนร่วงเป็นหย่อมหรือร่วงอย่างรวดเร็ว
• มีอาการคันหรือเลียตัวอย่างต่อเนื่อง
• ผิวหนังแดง อักเสบ หรือมีแผล
• มีกลิ่นตัวแรงหรือมีรังแคมาก
• ขนไม่ขึ้นใหม่ภายใน 1–2 สัปดาห์
• มีอาการป่วยร่วมอื่น ๆ
การตรวจวินิจฉัยที่สัตวแพทย์อาจดำเนินการ : เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง สัตวแพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติม เช่น:
• การขูดผิวหนัง (Skin Scraping)
• การตรวจเชื้อรา (Wood’s Lamp หรือ Fungal Culture)
• การตรวจเซลล์ผิวหนัง (Cytology)
• การตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับฮอร์โมน
• การทดสอบภูมิแพ้ (Allergy Testing)
ขนร่วงที่ “ผิดปกติ” ในสัตว์เลี้ยง เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการพาไปพบสัตวแพทย์เฉพาะทางอย่างทันท่วงที จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และทำให้น้องหมาน้องแมวกลับมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกครั้ง
อาการขนร่วงที่ “ผิดปกติ” ในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ ไม่ใช่เพียงการผลัดขนตามธรรมชาติ การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้น้อง ๆ ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที
สัญญาณขนร่วงในสุนัขแมวที่ “ผิดปกติ”
1. ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ : เห็นผิวหนังชัดเจน หรือมีลักษณะเป็นวง สาเหตุที่เป็นไปได้ : เชื้อรา (Ringworm), ไรขี้เรื้อน, การติดเชื้อแบคทีเรีย
2. มีอาการคัน เกา หรือเลียตัวบ่อย อาจพบร่วมกับผิวหนังแดงหรือมีแผล สาเหตุ : โรคภูมิแพ้, หมัดและเห็บ, การติดเชื้อยีสต์
3. ขนร่วงแบบสมมาตรทั้งสองข้าง มักไม่คัน แต่ขนบางลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุ : ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (Hypothyroidism) หรือโรคคุชชิง (Cushing’s syndrome)
4. ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือมีกลิ่นตัวแรง บ่งบอกถึงการอักเสบหรือติดเชื้อของผิวหนัง
5. ขนร่วงมากผิดปกติ หรือขนไม่ขึ้นใหม่ อาจเกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการไม่สมดุล หรือโรคเรื้อรัง
6. มีอาการป่วยสัตว์ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนเรื่องอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น เริ่มมีซึม อ่อนแรง, น้ำหนักเปลี่ยนแปลง, ดื่มน้ำหรือปัสสาวะมากขึ้น, เบื่ออาหาร
เมื่อไรควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์? ควรรีบพาน้อง ๆ มาตรวจ หากพบอาการดังต่อไปนี้:
• ขนร่วงเป็นหย่อมหรือร่วงอย่างรวดเร็ว
• มีอาการคันหรือเลียตัวอย่างต่อเนื่อง
• ผิวหนังแดง อักเสบ หรือมีแผล
• มีกลิ่นตัวแรงหรือมีรังแคมาก
• ขนไม่ขึ้นใหม่ภายใน 1–2 สัปดาห์
• มีอาการป่วยร่วมอื่น ๆ
การตรวจวินิจฉัยที่สัตวแพทย์อาจดำเนินการ : เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง สัตวแพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติม เช่น:
• การขูดผิวหนัง (Skin Scraping)
• การตรวจเชื้อรา (Wood’s Lamp หรือ Fungal Culture)
• การตรวจเซลล์ผิวหนัง (Cytology)
• การตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับฮอร์โมน
• การทดสอบภูมิแพ้ (Allergy Testing)
ขนร่วงที่ “ผิดปกติ” ในสัตว์เลี้ยง เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการพาไปพบสัตวแพทย์เฉพาะทางอย่างทันท่วงที จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และทำให้น้องหมาน้องแมวกลับมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกครั้ง
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
22 ธ.ค. 2025
แนวคิดของสระว่ายน้ำ PKAH Sport Club ที่ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เราเชื่อว่าการว่ายน้ำไม่ใช่เพียงกิจกรรมออกกำลังกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขสูงวัย สุนัขที่มีปัญหาข้อเสื่อม สุนัขที่กำลังทำกายภาพบำบัด หรือสัตว์เลี้ยงที่ต้องการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงแค่การได้ลงสระ แต่ต้องมั่นใจว่าน้ำที่สัมผัสกับผิวหนัง ขน และดวงตาของน้องมีคุณภาพเหมาะสม ด้วยแนวคิดนี้ เราจึงพัฒนาสระว่ายน้ำระบบใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความสะอาด ความปลอดภัย และความสบายของสัตว์เลี้ยงในทุกครั้งที่ลงว่ายน้ำ
10 มิ.ย. 2026
ปัญหากระดูกและข้อ ไม่ได้เกิดเฉพาะในสัตว์สูงอายุ แต่สามารถพบได้ตั้งแต่อายุน้อย โดยเฉพาะสัตว์พันธุ์ใหญ่ สัตว์น้ำหนักเกิน หรือสัตว์ที่มีพันธุกรรมเสี่ยง การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้วางแผนดูแล ป้องกัน และรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนอาการจะรุนแรงขึ้น
18 พ.ค. 2026


