แชร์

เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันตัวเองในสุนัข(ITP หรือ IMT)

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
570 ผู้เข้าชม

เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันตัวเองในสุนัข(ITP หรือ IMT)


ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง


สิ่งที่น่ากลัวของเกล็ดเลือดต่ำมากๆ ที่ต้องระวังคือ เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ( เลือดออกในทางเดินอาหาร , เลือดออกในปอด , เลือดออกในตา , เลือดออกในสมอง )
โดยค่าปกติของเกล็ดเลือดในสุนัข คือ 200,000 -600,000 ครับ ( ในแมว 300,000-800,000 ) ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 40,000 ก็มีแนวโน้มที่จะมีเลือดออกครับ ( ซึ่งก็ไม่แน่เสมอไปนะครับว่า เกล็ดเลือดต่ำจะมีเลือดออก เพราะปัจจัยการเกิดเลือดออกมีปัจจัยมากกว่าแค่เกล็ดเลือด )
ทีนี้จะจัดการกับปัญหาเกล็ดเลือดต่ำ จำเป็นต้องหาสาเหตุครับว่า เกล็ดเลือดต่ำจากเหตุอะไร จะได้ไปจัดการที่สาเหตุนั้

นๆโดยเฉพาะถ้าเกล็ดเลือดต่ำน้อยกว่า 40,000 มักจะมีแนวโน้มเป็นการทำลายจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายครับ ( Immune Mediated Thrombocytopenia , IMT ) สาเหตุการที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดของตัวเอง มักเหนี่ยวนำมาจากการติดเชื้อเช่น ไวรัส , แบคทีเรีย , มะเร็งหรือเนื้องอก และที่สำคัญมักจะเกิดตามมาจากการติดเชื้อพยาธิในเม็ดเลือดที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือด ( หรือบางทีทำลายเม็ดเลือดแดงด้วย )
วิธีตรวจวินิจฉัย ภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด ( Immune Mediated Thrombocytopenia : IMT )


คุณหมอจะตรวจหาสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำลงได้ออกไปก่อน( 1.เป็นลักษณะเฉพาะบางพันธุ์ ที่ปกติเกล็ดเลือดอาจจะต่ำอยู่แล้ว ,2.สร้างน้อย ( ไขกระดูกถูกกดการทำงาน , เป็นโรคตับเรื่อรัง หรือรุนแรง ),3.กักเก็บไว้เยอะ ( เช่นเป็นโรคของม้าม , ม้ามโต ) , 4.ใช้เยอะ ( มีแผลเลือดออกเยอะ , ติดเชื้อในเลือดรุนแรง , เกิดภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย ( DIC ) , เนื้องอกบางชนิด
จากนั้นจะดูจำนวนและขนาดเกล็ดเลือดครับ โดยเฉพาะถ้าต่ำกว่า 40000 cells , ดูรูปร่างของเกล็ดเลือดที่พบเกล็ดเลือดขนาดใหญ่ + ค่าขนาดเกล็ดเลือดที่สูง , ส่งตรวจภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำลายเกล็ดเลือด ซึ่งถ้าผลเป็นบวก มีโอกาสที่เกล็ดเลือดจะถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันได้มากครับ และยิ่งถ้าตอบสนองต่อ ยากดภูมิคุ้มกัน ก็ยิ่งเป็นไปได้มากที่จะเป็น IMT


แต่ต้องจัดการหาสาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดของตัวเองด้วยครับ ซึ่งมักเหนี่ยวนำมาจากการติดเชื้อเช่น ไวรัส , แบคทีเรีย , มะเร็งหรือเนื้องอก รวมถึงเหนี่ยวนำจากการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ( infection / inflammation / immune mediate / neoplasia )
ในส่วนของการรักษา จะพิจารณาให้ยากดภูมิคุ้มกันในระดับสูง ( ต้องเป็นระดับกดภูมิคุ้มกันได้ครับ ) โดยอาจจะให้ยาเพียง 1 ชนิด หรือ 2 ชนิดพร้อมกันขึ้นอยู่กับการพิจารณา+อาการของสัตว์ป่วยด้วยครับ ที่สำคัญจะต้องกินยาจนเกล็ดเลือดตอบสนองเพื่มขึ้นมาในระดับปกติ และค่อยๆลดขนาดโด๊สลงเรื่อยๆจนคุณหมอพิจารณาหยุดยาครับ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นหลักเดือนครับ ( การหยุดยาเร็วเกินไป จะทำให้ภูมิคุ้มกันกลับมาทำลายเกล็ดเลือดอีกครั้ง )


ยารักษามะเร็ง ( vincristin ) ใช้ได้ผลดี แต่ต้องไม่พบเม็ดเลือดขาวต่ำ. และใช้เวลาในการตอบสนอง 7 วันขึ้นไป
human immunoglobulin , IVIG ( ในคนที่เกล็ดเลือดลดต่ำลง สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกัน เช่น ใช้ในรายที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 หรือ VITT (Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia) จากการที่วัคซีนทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาผิดปกติ จนไปกระตุ้นการทำงานของเกล็ดเลือด ส่งผลให้เกล็ดเลือดต่ำ และก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โดยการรักษาภาวะ VITT โดยการให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และอาจต้องให้ยา Intravenous Immunoglobulin (IVIG) เพิ่มเติม เพื่อยับยั้งภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปของสัตว์ป่วย) ซึ่งในสุนัขก็มีการใช้ IVIG เช่นเดียวกันครับ หากไม่ตอบสนองต่อการให้ยากดภูมิคุ้มกัน ( ซึ่งเป็นหนึ่งในคำแนะนำของการรักษา IMT ในสุนัขด้วยครับ )


การตัดม้าม หากไม่มีการตอบสนองต่อการใช้ยาแล้ว การตัดม้ามจึงเป็นทางเลือกในการรักษาครับ ( เนื่องจากม้าม เป็นอวัยวะที่เกล็ดเลือดถูกส่งมาทำลาย หรือผลิตภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำลายเกล็ดเลือด ) โดยหลังจากตัดม้ามแล้ว สุนัขจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าตอนเป็น IMT ครับ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดสำหรับสุนัขหลังตัดม้ามครับ
การให้ผลิตภัณฑ์ที่มีเกล็ดเลือด เป็นหนึ่งในทางเลือกครับ

บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (คุณหมอมาร์ช)


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารเลือดสัตว์, ธนาคารเลือดสุนัข, ธนาคารเลือดแมว, บริจาคเลือดสุนัข, บริจาคเลือดแมว, ให้เลือดสุนัข, ให้เลือดแมว, รักษาสัตว์ฉุกเฉิน, โรงพยาบาลสัตว์รังสิต, ศูนย์การสัตวแพทย์รังสิต, สัตว์ป่วยวิกฤต, ICU สัตว์เลี้ยง, โรคโลหิตจางในสุนัข, โรคพยาธิเม็ดเลือดสุนัข
ธนาคารเลือดสัตว์เลี้ยง คือระบบการจัดเก็บ คัดกรอง และสำรองเลือดจากสุนัขหรือแมวที่มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเตรียมไว้สำหรับรักษาสัตว์ป่วยที่ต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน เรามี Donor สัตว์เลี้ยงบริจาคเลือดจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ทั้งการตรวจโรคติดต่อ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจกรุ๊ปเลือด และประเมินความพร้อมทางร่างกาย เพื่อให้มั่นใจว่าเลือดที่ได้รับมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการรักษาสัตว์ป่วย
18 มิ.ย. 2026
ธนาคารเลือดสุนัขแมวต้องให้เลือดโรคอะไรบ้าง
ธนาคารเลือดสำหรับสุนัขและแมวมีไว้สำหรับสัตว์ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับเลือดเพื่อรักษาชีวิตหรือเพื่อประคับประคองอาการจากภาวะต่างๆ ซึ่งโรคหรือภาวะที่สุนัขและแมวอาจจะต้องได้รับเลือดได้แก่:
21 ธ.ค. 2025
แมวทองหมัน, ไข่ทองแดงแมว, แมวตัวผู้ทำหมัน, ทำหมันแมวตัวผู้, อัณฑะแมวหลังทำหมัน, ถุงอัณฑะแมวหลังทำหมัน, แมวทำหมันแล้วเป็นยังไง, แมวทำหมันเจ็บไหม, แมวหลังทำหมันดูแลยังไง, ทำไมแมวทำหมันแล้วยังมีไข่, แมวทำหมันแล้วไข่ยังอยู่, แมวทำหมันแล้วถุงไข่ไม่หาย, แมวตัวผ
แมวเพศผู้ ราคา 6,400 บาท , แมวเพศเมีย ราคา 6,900 บาท, รวมค่ายานำกลับ, รวมค่าดูแลพักฟื้น 1 คืน, รวมค่าพยาบาลเฝ้าไข้, ผ่าตัดแบบดมยาสลบ
24 พ.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy