การถ่ายเลือดในสุนัขและแมว (Blood Transfusion) - ธนาคารเลือดสุนัขแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
18 ผู้เข้าชม

การถ่ายเลือดในสุนัขและแมว (Blood Transfusion)
มากกว่าการ “ให้เลือด” คือกระบวนการที่ต้องแข่งกับเวลาและความแม่นยำ การถ่ายเลือดในสุนัขและแมว ไม่ใช่เพียงการนำเลือดจากตัวหนึ่งไปใส่อีกตัวหนึ่ง แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนสูง ต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทาง ความละเอียดรอบคอบ และการควบคุมความเสี่ยงในทุกขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยของทั้ง ผู้ให้เลือด และ ผู้รับเลือด เหตุใดการถ่ายเลือดสัตว์เลี้ยงจึงถือเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างรัดกุม?
สรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้
ระบบหมู่เลือดในสัตว์เลี้ยง แตกต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
สุนัข
• ใช้ระบบหมู่เลือดที่เรียกว่า DEA (Dog Erythrocyte Antigen)
• มีมากกว่า 12 ชนิด
• หมู่เลือดที่มีความสำคัญทางคลินิกมากที่สุดคือ DEA 1.1
• สุนัขที่เป็น DEA 1.1 negative สามารถเป็น Universal Donor หรือผู้ให้เลือดสากลได้
แมว
• มีหมู่เลือดหลักคือ A, B และ AB
• แมวมี แอนติบอดีตามธรรมชาติที่รุนแรง
• หากแมวหมู่เลือด B ได้รับเลือดหมู่ A แม้เพียงเล็กน้อย
อาจเกิด ปฏิกิริยาแพ้เฉียบพลันรุนแรง (Fatal Reaction) ได้ทันที
ด้วยเหตุนี้ การตรวจหมู่เลือดอย่างแม่นยำจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้
การตรวจความเข้ากันของเลือด (Cross-matching Test)
ขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
แม้ผู้ให้และผู้รับจะมีหมู่เลือดเดียวกัน
ก็ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ 100%
สัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ
• Major Cross-match
• Minor Cross-match
เพื่อประเมินว่า
• เม็ดเลือดแดงของผู้ให้
• สามารถเข้ากับน้ำเหลือง (Plasma) ของผู้รับได้หรือไม่
ขั้นตอนนี้ช่วยลดโอกาสที่ร่างกายผู้รับจะทำลายเม็ดเลือดที่ได้รับ และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้จะมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว การถ่ายเลือดยังคงต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
• Febrile Non-hemolytic Reaction
มีไข้ ตัวสั่น อาเจียน
• Hemolytic Reaction
ร่างกายทำลายเม็ดเลือดแดงอย่างรุนแรง
• Circulatory Overload
ได้รับเลือดเร็วหรือมากเกินไป ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนัก พบได้บ่อยในแมวหรือสัตว์ที่มีโรคหัวใจ
• Infectious Diseases
ความเสี่ยงของการถ่ายทอดโรคผ่านเลือด เช่น พยาธิเม็ดเลือด หรือไวรัสบางชนิด
การเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่องระหว่างการให้เลือด จึงเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัย
มั่นใจในความปลอดภัยของการถ่ายเลือดสัตว์เลี้ยง
ธนาคารเลือดสุนัขและแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เราดูแลทุกขั้นตอนด้วยมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
• ทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินและอายุรกรรม
• ระบบคัดกรองหมู่เลือดและ Cross-match ตามมาตรฐาน
• การควบคุมคุณภาพและการเก็บรักษาเลือดอย่างเข้มงวด
• เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล
เพราะทุกหยดเลือดมีคุณค่า
เราจึงใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณได้รับการรักษาที่ ปลอดภัย แม่นยำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
____________________
ธนาคารเลือดสุนัขแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 – 20:00 น.
เพราะทุกหยดเลือดมีคุณค่า…เราจึงใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณ
ได้รับการรักษาที่ ปลอดภัย แม่นยำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข้อมูลการติดต่อ
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 – 20:00 น.
โทรศัพท์: 091-789-3888
Line: @pkahrangsit
เว็บไซต์: pkahrangsit.com
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/e8e8i17E2z17X2QL8?g_st=ic
มากกว่าการ “ให้เลือด” คือกระบวนการที่ต้องแข่งกับเวลาและความแม่นยำ การถ่ายเลือดในสุนัขและแมว ไม่ใช่เพียงการนำเลือดจากตัวหนึ่งไปใส่อีกตัวหนึ่ง แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนสูง ต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทาง ความละเอียดรอบคอบ และการควบคุมความเสี่ยงในทุกขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยของทั้ง ผู้ให้เลือด และ ผู้รับเลือด เหตุใดการถ่ายเลือดสัตว์เลี้ยงจึงถือเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างรัดกุม?
สรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้
ระบบหมู่เลือดในสัตว์เลี้ยง แตกต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
สุนัข
• ใช้ระบบหมู่เลือดที่เรียกว่า DEA (Dog Erythrocyte Antigen)
• มีมากกว่า 12 ชนิด
• หมู่เลือดที่มีความสำคัญทางคลินิกมากที่สุดคือ DEA 1.1
• สุนัขที่เป็น DEA 1.1 negative สามารถเป็น Universal Donor หรือผู้ให้เลือดสากลได้
แมว
• มีหมู่เลือดหลักคือ A, B และ AB
• แมวมี แอนติบอดีตามธรรมชาติที่รุนแรง
• หากแมวหมู่เลือด B ได้รับเลือดหมู่ A แม้เพียงเล็กน้อย
อาจเกิด ปฏิกิริยาแพ้เฉียบพลันรุนแรง (Fatal Reaction) ได้ทันที
ด้วยเหตุนี้ การตรวจหมู่เลือดอย่างแม่นยำจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้
การตรวจความเข้ากันของเลือด (Cross-matching Test)
ขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
แม้ผู้ให้และผู้รับจะมีหมู่เลือดเดียวกัน
ก็ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ 100%
สัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ
• Major Cross-match
• Minor Cross-match
เพื่อประเมินว่า
• เม็ดเลือดแดงของผู้ให้
• สามารถเข้ากับน้ำเหลือง (Plasma) ของผู้รับได้หรือไม่
ขั้นตอนนี้ช่วยลดโอกาสที่ร่างกายผู้รับจะทำลายเม็ดเลือดที่ได้รับ และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้จะมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว การถ่ายเลือดยังคงต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
• Febrile Non-hemolytic Reaction
มีไข้ ตัวสั่น อาเจียน
• Hemolytic Reaction
ร่างกายทำลายเม็ดเลือดแดงอย่างรุนแรง
• Circulatory Overload
ได้รับเลือดเร็วหรือมากเกินไป ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนัก พบได้บ่อยในแมวหรือสัตว์ที่มีโรคหัวใจ
• Infectious Diseases
ความเสี่ยงของการถ่ายทอดโรคผ่านเลือด เช่น พยาธิเม็ดเลือด หรือไวรัสบางชนิด
การเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่องระหว่างการให้เลือด จึงเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัย
มั่นใจในความปลอดภัยของการถ่ายเลือดสัตว์เลี้ยง
ธนาคารเลือดสุนัขและแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เราดูแลทุกขั้นตอนด้วยมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
• ทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินและอายุรกรรม
• ระบบคัดกรองหมู่เลือดและ Cross-match ตามมาตรฐาน
• การควบคุมคุณภาพและการเก็บรักษาเลือดอย่างเข้มงวด
• เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล
เพราะทุกหยดเลือดมีคุณค่า
เราจึงใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณได้รับการรักษาที่ ปลอดภัย แม่นยำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
____________________
ธนาคารเลือดสุนัขแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 – 20:00 น.
เพราะทุกหยดเลือดมีคุณค่า…เราจึงใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณ
ได้รับการรักษาที่ ปลอดภัย แม่นยำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข้อมูลการติดต่อ
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 – 20:00 น.
โทรศัพท์: 091-789-3888
Line: @pkahrangsit
เว็บไซต์: pkahrangsit.com
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/e8e8i17E2z17X2QL8?g_st=ic
บทความที่เกี่ยวข้อง
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025
ในงานรักษาสัตว์ป่วยฉุกเฉิน ความพร้อมของเลือดที่มีคุณภาพและการเข้าถึงที่รวดเร็ว คือหัวใจสำคัญของการช่วยชีวิต
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต จึงพัฒนา PKAH Emergency Blood Bank Partner Program
เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานพยาบาลสัตว์ ให้สามารถบริหารจัดการเคสฉุกเฉินได้อย่างมั่นใจ มีมาตรฐาน และมีพันธมิตรทางวิชาชีพที่เชื่อถือได้
9 ก.พ. 2026
วงจรชีวิตของเห็บและหมัด จะอาศัยอยู่บนตัวสุนัขและแมวทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อเห็บสุนัขตัวเมียกินเลือดเสร็จจากสุนัข จะลงมาวางไข่ในสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นไข่จะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 หลังจากฟักตัวจะขึ้นไปบนสุนัขอีกรอบ เพื่อเข้าไปกินเลือดและลงมาฟักตัวเป็นระยะ นิ้ม หลังจากนั้น Nymph ก็จะขึ้นไปบนตัวสุนัขไปกินเลือดเป็นครั้งที่ 2 และจะลงมาฟักตัวเป็นตัวเต็มวัย และตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้เพศเมียก็จะกินเลือดสุนัขเป็นครั้งที่ 3 และสืบพันธุ์กันเพื่อทำให้เกิดการวางไข่ต่อไป โดยวงจรชีวิตของเห็บจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ฉะนั้นควรทำการป้องกันเห็บ อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน อย่างต่อเนื่องครับ
22 ธ.ค. 2025


