สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการให้เลือดสุนัขแมว
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
211 ผู้เข้าชม

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการให้เลือดสุนัขแมว
การให้เลือดสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ผู้รับต้องมีการตรวจเลือดหมู่ (blood typing) และทดสอบความเข้ากันได้ (crossmatching) กับผู้บริจาค เลือดที่ใช้ต้องผ่านการคัดกรองโรคก่อนการให้เลือด และผู้รับต้องได้รับการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างและหลังการให้เลือดเพื่อป้องกันปฏิกิริยาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
การให้เลือดในสุนัขและแมวเป็นกระบวนการที่สำคัญและช่วยชีวิตได้ แต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้มีดังนี้:
- การตรวจหมู่เลือดและความเข้ากันได้ของเลือด (Blood Typing & Cross-Matching) นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปฏิกิริยาการแพ้เลือดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต:
- หมู่เลือด (Blood Type):
* สุนัข: มีหมู่เลือดหลายกลุ่ม (เช่น DEA 1.1, 1.2, 4, ฯลฯ) หมู่เลือดที่สำคัญที่สุดคือ DEA 1.1 Positive การให้เลือดที่ไม่เข้ากันในสุนัขครั้งแรกมักไม่เกิดปฏิกิริยารุนแรงทันที แต่จะทำให้เกิดแอนติบอดี (ภูมิคุ้มกัน) ที่เป็นอันตรายต่อการให้เลือดในครั้งต่อไป ยกเว้น สุนัขที่มีหมู่เลือด DEA 1.1 Negative ได้รับเลือด DEA 1.1 Positive ในครั้งที่สอง จะเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
* แมว: มี 3 กลุ่มหลักคือ A, B และ AB แมวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปฏิกิริยาแพ้เลือดรุนแรงแม้ในการให้เลือดครั้งแรก เพราะแมวบางกลุ่มมีแอนติบอดีต่อหมู่เลือดอื่นอยู่แล้วตามธรรมชาติ (โดยเฉพาะแมวกลุ่ม B ที่มีแอนติบอดีต่อกลุ่ม A สูง) ดังนั้น การให้เลือดแมวต้องตรงกลุ่มเสมอ
* การตรวจ Cross-Matching: เป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าเลือดของผู้ให้ (Donor) และผู้รับ (Recipient) เข้ากันได้หรือไม่ โดยจะนำเม็ดเลือดและน้ำเลือดมาผสมกันเพื่อสังเกตปฏิกิริยา การตรวจนี้ต้องทำ ทุกครั้ง ก่อนการถ่ายเลือด
2. การเตรียมตัวและการตรวจสอบผู้ให้เลือด (Donor Screening) เพื่อให้แน่ใจว่าเลือดที่ได้รับมีความปลอดภัย:
* สุขภาพผู้ให้: ผู้ให้เลือดต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ (สุนัข > 17-20 กก., แมว > 4 กก.) อายุระหว่าง 1-7 หรือ 1-8 ปี และไม่มีโรคประจำตัว
* การตรวจโรคติดต่อทางเลือด: ผู้ให้เลือดต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคติดต่อร้ายแรง เช่น พยาธิเม็ดเลือด (เช่น Ehrlichia, Babesia) และในแมวต้องตรวจหาโรค เอดส์แมว (FIV) และ ลิวคีเมียแมว (FeLV)
3. ขั้นตอนและการสังเกตการณ์ระหว่างให้เลือด
การให้เลือดต้องทำอย่างช้าๆ และมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด:
* อัตราการให้เลือด: ต้องเริ่มด้วยอัตราที่ช้ามากๆ ในช่วง 15-30 นาทีแรก เพื่อสังเกตอาการแพ้ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มอัตราความเร็ว แต่โดยรวมแล้วต้องให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรียและรักษาคุณภาพของเลือด
* การสังเกตอาการแพ้ (Transfusion Reactions): สัตวแพทย์จะเฝ้าระวังอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น ไข้สูง หายใจเร็ว/ลำบาก อาเจียน ตัวสั่น คัน หรือกระวนกระวาย ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้เลือด หากพบต้องหยุดให้เลือดและให้การรักษาทันที
สรุป: การให้เลือดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความรู้ทางการแพทย์สัตว์และต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง หมู่เลือด (โดยเฉพาะในแมว) และการทำ Cross-Matching เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์เลี้ยง
บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH เราเข้าใจดีว่า การอาบน้ำตัดขนเป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่มันคือ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ!
การดูแลที่พิถีพิถันของเรา ช่วยให้... ขนร่วงน้อยลง: ลดปัญหาขนพันกันและช่วยกระตุ้นการผลัดขนเก่า ทำให้ขนใหม่แข็งแรงขึ้น
19 ธ.ค. 2025
รู้หรือไม่? โรคผิวหนังและภูมิแพ้ส่วนใหญ่ มักเป็นๆ หายๆ เพราะการรักษาอาการคันอย่างเดียวไม่พอ! สัตว์เลี้ยงต้องการแผนการจัดการที่ครอบคลุมและต่อเนื่องตลอดชีวิต!
สาเหตุซ่อนเร้นที่ต้องตรวจหา:
ภูมิแพ้จากสิ่งที่มองไม่เห็น: ละอองเกสร, ไรฝุ่น
ปรสิตภายนอก: เห็บ, หมัด, ไรขี้เรื้อน
เชื้อรา/แบคทีเรีย: ตัวเร่งให้ผิวหนังอักเสบ
19 ธ.ค. 2025
ภาวะที่ร้ายแรง เนื่องจากตับมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง เช่น การกำจัดสารพิษ การช่วยย่อยอาหาร และการสร้างโปรตีน หากตับทำงานผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย
สัญญาณและอาการของโรคตับ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซึม สัตว์เลี้ยงมีพลังงานต่ำ นอนมากขึ้น ไม่กระตือรือร้น อาเจียน และท้องเสีย
ดีซ่าน สังเกตเห็น ผิวหนัง เยื่อเมือก เหงือก และตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น
พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ มักแสดงออกเป็นอาการสับสน มึนงง เดินเซ กดศีรษะกับผนัง หรือมีอาการชัก
19 ธ.ค. 2025


