แชร์

ศูนย์โรคไตในสุนัขและแมว (Pet Kidney Disease Center) - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต

อัพเดทล่าสุด: 20 ธ.ค. 2025
87 ผู้เข้าชม

ศูนย์โรคไตในสุนัขและแมว (Pet Kidney Disease Center) - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต


โรคไตเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนบางชนิด
โรคไตสามารถแบ่งออกได้เป็น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury ; AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease ; CKD)*


  1. สาเหตุหลักของโรคไตในสุนัขแมว
    โรคไตสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่สาเหตุหลักๆ ได้แก่:
    - ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะในแมวและสุนัขสูงวัย
    - การได้รับสารพิษ: เช่น ยาบางชนิด สารเคมี สารหล่อเย็นในรถยนต์ (ethylene glycol) หรือพืชที่เป็นพิษ
    - การติดเชื้อ: เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากเชื้อโรค เช่น Leptospirosis หรือโณคฉี่หนู เป็นต้น
    - โรคแทรกซ้อนอื่นๆ: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะนิ่วในไต/ทางเดินปัสสาวะ
    - พันธุกรรม: สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์อาจมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น เป็น cyst ที่ไต หรือ ท่อการกรองของไตเสื่อมในสุนัขบางสายพันธุ์ เป็นต้น

    2. สัญญาณและอาการที่ควรสังเกตโรคไตในสุนัขแมว
    อาการของโรคไตในระยะแรกมักไม่ชัดเจน แต่จะเริ่มแสดงออกเมื่อไตสูญเสียการทำงานไปแล้วประมาณ 60%75% เจ้าของจึงควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้:
    - ดื่มน้ำมาก/ปัสสาวะมาก (PD/PU) เป็นสัญญาณแรกๆ ที่พบมากที่สุด เนื่องจากไตไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ทำให้ร่างกายพยายามดื่มน้ำมาชดเชย
    - ซึม/อ่อนแรงขาดพลังงาน ไม่ร่าเริง ไม่เล่นเหมือนเดิม
    - เบื่ออาหาร / น้ำหนักลดมีอาการคลื่นไส้จากการสะสมของ ของเสียในเลือด (Uremia) ทำให้กินอาหารลดลงและน้ำหนักลด
    - อาเจียน / ท้องเสียการสะสมของของเสียทำให้เกิดการระคายเคือง ในระบบทางเดินอาหาร
    - กลิ่นปากเหม็นมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นยูเรีย (Uremic Breath) และอาจมีแผลในช่องปากร่วมด้วย
    - ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงไปที่ไขกระดูก (โณงงานสร้างเม็ดเลือด) ได้น้อยลง ทำให้เหงือกซีด
    - ชัก / ตาบอดในกรณีที่รุนแรง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูงมาก หรือของเสียในเลือดสูงมากจนกระทบต่อระบบประสาท

    3. การรักษาและการจัดการโรคไตในสุนัขแมว
    โรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่ถูกต้องสามารถชะลอการเสื่อมของไตและเพิ่มคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้:
    - อาหารสำหรับโรคไต (Renal Diet) : เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา อาหารจะมีการควบคุมปริมาณ ฟอสฟอรัส และ โปรตีน ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีการเพิ่มกรดไขมันจำเป็น
    - การให้สารน้ำ: การให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดในระยะแรก และปรับการให้ใต้ผิวหนังในระยะต่อมา ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำ
    - การใช้ยา:
    * ยาควบคุมความดันโลหิต
    * ยาควบคุมระดับฟอสฟอรัสในเลือด (Phosphate Binders)
    * ยาช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (ในกรณีที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง)
    * ยาควบคุมอาการคลื่นไส้อาเจียน
    - การรักษาขั้นสูง: ในกรณีที่ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังรุนแรง อาจมีการพิจารณา การฟอกไต (Dialysis) เพื่อช่วยกำจัดของเสียออกจากเลือดโดยตรง

    สิ่งสำคัญที่สุด คือ การพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ (อย่างน้อยปีละครั้ง) โดยเฉพาะการตรวจค่าไต SDMA ซึ่งสามารถตรวจพบการทำงานของไตที่ผิดปกติได้เร็วกว่าการตรวจค่า Creatinine แบบเดิม จะช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้ทันท่วงทีและยืดอายุสัตว์เลี้ยงของคุณได้นานขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมสัตว์เลี้ยงต้องตรวจสุขภาพประจำปี?
เพราะสุขภาพดีเริ่มจากการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอค่ะ
22 ธ.ค. 2025
โรคมะเร็งเนื้องอกในสุนัขแมว
ปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่สูงวัย เนื้องอก (Tumor/Neoplasm) คือก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งมีทั้งชนิด ไม่ร้ายแรงและชนิด ร้ายแรงที่เรียกว่า มะเร็ง (Cancer) การตรวจพบและวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษา
20 ธ.ค. 2025
วงจรชีวิตเห็บหมัด ต้องปราบให้สิ้น
วงจรชีวิตของเห็บและหมัด จะอาศัยอยู่บนตัวสุนัขและแมวทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อเห็บสุนัขตัวเมียกินเลือดเสร็จจากสุนัข จะลงมาวางไข่ในสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นไข่จะฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 หลังจากฟักตัวจะขึ้นไปบนสุนัขอีกรอบ เพื่อเข้าไปกินเลือดและลงมาฟักตัวเป็นระยะ นิ้ม หลังจากนั้น Nymph ก็จะขึ้นไปบนตัวสุนัขไปกินเลือดเป็นครั้งที่ 2 และจะลงมาฟักตัวเป็นตัวเต็มวัย และตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้เพศเมียก็จะกินเลือดสุนัขเป็นครั้งที่ 3 และสืบพันธุ์กันเพื่อทำให้เกิดการวางไข่ต่อไป โดยวงจรชีวิตของเห็บจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ฉะนั้นควรทำการป้องกันเห็บ อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน อย่างต่อเนื่องครับ
22 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy