ตรวจกรุ๊ปเลือดสุนัขและแมว ก่อนให้เลือด | PKAH รังสิต
Last updated: 28 Oct 2026
37 Views

ตรวจกรุ๊ปเลือดสุนัขและแมว ขั้นตอนสำคัญก่อนการให้เลือด
สุนัขและแมวมีกรุ๊ปเลือดเช่นเดียวกับคน การตรวจกรุ๊ปเลือด (Blood Typing) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการให้เลือด เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์เลือกเลือดที่เหมาะสมกับผู้ป่วย และลดความเสี่ยงจากปฏิกิริยาที่เกิดจากเลือดไม่เข้ากัน
สุนัขมีกรุ๊ปเลือดอะไรบ้าง
สุนัขมีกรุ๊ปเลือดหลายระบบ โดยระบบที่สำคัญคือ DEA (Dog Erythrocyte Antigen) โดยเฉพาะ DEA 1 ซึ่งมักรายงานผลเป็นบวกหรือลบ การตรวจทั้งผู้ให้และผู้รับช่วยให้สัตวแพทย์เลือกเลือดได้เหมาะสม และลดโอกาสกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีที่อาจส่งผลต่อการรับเลือดครั้งต่อไป
แมวมีกรุ๊ปเลือดแบบไหนบ้าง
แมวมีกรุ๊ปเลือดหลักในระบบ AB ได้แก่ A, B และ AB โดยแมวสามารถมีแอนติบอดีต่อกรุ๊ปเลือดที่ต่างจากตนเองได้ตามธรรมชาติ การได้รับเลือดที่ไม่เข้ากันจึงอาจทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยเฉพาะแมวกรุ๊ป B ที่ได้รับเลือดกรุ๊ป A การตรวจกรุ๊ปเลือดก่อนให้เลือดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ตรวจกรุ๊ปเลือดกับ Crossmatch ต่างกันอย่างไร?
การตรวจกรุ๊ปเลือดช่วยระบุชนิดของกรุ๊ปเลือด ส่วนการตรวจความเข้ากันได้ของเลือด หรือ Crossmatch เป็นการทดสอบระหว่างตัวอย่างเลือดของผู้ให้และผู้รับ เพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาที่บ่งชี้ว่าเลือดอาจไม่เข้ากันหรือไม่ แม้กรุ๊ปเลือดตรงกัน ก็อาจมีความไม่เข้ากันจากแอนติเจนอื่นได้ โดยในแมวแนะนำให้ตรวจ Crossmatch ตั้งแต่ก่อนรับเลือดครั้งแรก
ความปลอดภัยต้องดูแลตลอดกระบวนการให้เลือด
การตรวจกรุ๊ปเลือดและความเข้ากันได้ของเลือดช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถป้องกันปฏิกิริยาจากการให้เลือดได้ทุกชนิด สัตวแพทย์จึงต้องประเมินผู้ป่วย เลือกผลิตภัณฑ์เลือดที่เหมาะสม และเฝ้าติดตามอาการระหว่างให้เลือดอย่างใกล้ชิด
สอบถามบริการตรวจกรุ๊ปเลือด
และการให้เลือดสุนัขและแมวได้ที่
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
LINE: @PKAHRANGSIT
โทร. 091-789-3888
สุนัขและแมวมีกรุ๊ปเลือดเช่นเดียวกับคน การตรวจกรุ๊ปเลือด (Blood Typing) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการให้เลือด เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์เลือกเลือดที่เหมาะสมกับผู้ป่วย และลดความเสี่ยงจากปฏิกิริยาที่เกิดจากเลือดไม่เข้ากัน
สุนัขมีกรุ๊ปเลือดอะไรบ้าง
สุนัขมีกรุ๊ปเลือดหลายระบบ โดยระบบที่สำคัญคือ DEA (Dog Erythrocyte Antigen) โดยเฉพาะ DEA 1 ซึ่งมักรายงานผลเป็นบวกหรือลบ การตรวจทั้งผู้ให้และผู้รับช่วยให้สัตวแพทย์เลือกเลือดได้เหมาะสม และลดโอกาสกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีที่อาจส่งผลต่อการรับเลือดครั้งต่อไป
แมวมีกรุ๊ปเลือดแบบไหนบ้าง
แมวมีกรุ๊ปเลือดหลักในระบบ AB ได้แก่ A, B และ AB โดยแมวสามารถมีแอนติบอดีต่อกรุ๊ปเลือดที่ต่างจากตนเองได้ตามธรรมชาติ การได้รับเลือดที่ไม่เข้ากันจึงอาจทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยเฉพาะแมวกรุ๊ป B ที่ได้รับเลือดกรุ๊ป A การตรวจกรุ๊ปเลือดก่อนให้เลือดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ตรวจกรุ๊ปเลือดกับ Crossmatch ต่างกันอย่างไร?
การตรวจกรุ๊ปเลือดช่วยระบุชนิดของกรุ๊ปเลือด ส่วนการตรวจความเข้ากันได้ของเลือด หรือ Crossmatch เป็นการทดสอบระหว่างตัวอย่างเลือดของผู้ให้และผู้รับ เพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาที่บ่งชี้ว่าเลือดอาจไม่เข้ากันหรือไม่ แม้กรุ๊ปเลือดตรงกัน ก็อาจมีความไม่เข้ากันจากแอนติเจนอื่นได้ โดยในแมวแนะนำให้ตรวจ Crossmatch ตั้งแต่ก่อนรับเลือดครั้งแรก
ความปลอดภัยต้องดูแลตลอดกระบวนการให้เลือด
การตรวจกรุ๊ปเลือดและความเข้ากันได้ของเลือดช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถป้องกันปฏิกิริยาจากการให้เลือดได้ทุกชนิด สัตวแพทย์จึงต้องประเมินผู้ป่วย เลือกผลิตภัณฑ์เลือดที่เหมาะสม และเฝ้าติดตามอาการระหว่างให้เลือดอย่างใกล้ชิด
สอบถามบริการตรวจกรุ๊ปเลือด
และการให้เลือดสุนัขและแมวได้ที่
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
LINE: @PKAHRANGSIT
โทร. 091-789-3888
Tags :
Related Content
การติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข มักเป็นกลุ่มเชื้อโรคที่แอบอยู่ในเลือดของสุนัข ( บางชนิดแอบในเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด แล้วแต่ชนิดของเชื้อ ) มีเห็บเป็นตัวนำเชื้อ เชื้อเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อยๆ คือ E.canis , Babesia , Anaplasma อาการของการติดเชื้อมีตั้งแต่ ซึม , ไม่ร่าเริง , กินอาหารน้อยลง , ตัวร้อน มีไข้ , มีจ้ำแดงที่เหงือกหรือตามตัว , ตัวเหลืองหรือดีซ่าน , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ อาเจียนเป็นเลือด
21 Dec 2025
ความซุกซนของสัตว์เลี้ยงอาจกลายเป็นเหตุฉุกเฉินที่เจ้าของไม่คาดคิด “น้องจิมมี่” สุนัขพันธุ์ปั๊ก อายุ 7 เดือน เข้ารับการรักษาที่ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต หลังมีอาการอาเจียนต่อเนื่องนาน 5 วัน จากการกลืนสิ่งแปลกปลอมลงไปในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการอุดตัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
9 Jun 2026
การตรวจ CT Scan (Computed Tomography) เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ที่ให้ภาพภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงแบบ สามมิติ ทำให้สัตวแพทย์สามารถเห็นรายละเอียดของ อวัยวะ กระดูก และเนื้อเยื่อ ได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป จึงช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น
8 Mar 2026


