ส่องกล้องสัตว์เลี้ยง คืออะไร? ไม่ต้องผ่า ก็เห็นต้นเหตุของโรคได้
Last updated: 9 Aug 2026
220 Views

ส่องกล้องสัตว์เลี้ยง คืออะไร?
ไม่ต้องผ่า ก็เห็นต้นเหตุของโรคได้
เมื่อน้องหมาหรือน้องแมวมีอาการ อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคของระบบทางเดินอาหารได้หลายชนิด
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในได้โดยตรง คือ การส่องกล้อง (Endoscopy)
การส่องกล้องสัตว์เลี้ยงคืออะไร?
การส่องกล้อง คือการใช้กล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่กับปลายอุปกรณ์ชนิดพิเศษ สอดผ่านทางเดินอาหาร เช่น ช่องปาก → หลอดอาหาร → กระเพาะอาหาร → ลำไส้เล็กส่วนต้น หรือส่องตรวจลำไส้ใหญ่ผ่านทางทวารหนัก เพื่อให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นเยื่อบุและความผิดปกติภายในได้โดยตรง
นอกจากการมองเห็นแล้ว อุปกรณ์ยังสามารถใช้ เก็บชิ้นเนื้อ (Biopsy) จากบริเวณที่ผิดปกติ เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา ช่วยประกอบการวินิจฉัยโรคได้อย่างละเอียดมากขึ้น
กรณีไหนที่สัตวแพทย์อาจพิจารณาส่องกล้อง?
การส่องกล้องอาจมีประโยชน์ในสัตว์เลี้ยงที่มีอาการ เช่น
* อาเจียนเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ
* ท้องเสียเรื้อรัง
* เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลด
* มีเลือดปนในอุจจาระ
* สงสัยโรคของกระเพาะอาหารหรือลำไส้
* สงสัยมีสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหาร
* ต้องการตรวจหาความผิดปกติของเยื่อบุทางเดินอาหาร
* ต้องการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อช่วยวินิจฉัยโรคบางชนิด เช่น โรคลำไส้อักเสบหรือเนื้องอก
ถ้าน้องเผลอกินสิ่งแปลกปลอม ส่องกล้องช่วยได้ไหม?
ในบางกรณี ช่วยได้ โดยเฉพาะสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร และสามารถเข้าถึงและนำออกได้อย่างเหมาะสมด้วยอุปกรณ์ผ่านกล้อง
แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งแปลกปลอมทุกชนิดจะสามารถนำออกด้วยการส่องกล้องได้ หากวัตถุอยู่ลึกเกินขอบเขตที่กล้องเข้าถึง มีภาวะลำไส้อุดตันบางตำแหน่ง มีการทะลุ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดแทน
โดยเฉพาะเชือก ด้าย หรือสิ่งแปลกปลอมลักษณะยาวในแมว ควรรีบพบสัตวแพทย์ เพราะอาจทำให้ลำไส้เกิดการรั้งและบาดจนทะลุได้
ส่องกล้องแล้วเห็นโรคเลยหรือไม่?
การมองเห็นบริเวณที่ผิดปกติช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินลักษณะของโรคได้มากขึ้น แต่ในหลายกรณี จำเป็นต้องเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
ดังนั้น การส่องกล้องไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ “ดู” แต่ยังสามารถช่วยเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากบริเวณที่สงสัยได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ชิ้นเนื้อจากการส่องกล้องเป็นชิ้นเนื้อบริเวณเยื่อบุและมีข้อจำกัดในโรคบางชนิด โดยเฉพาะรอยโรคที่อยู่ลึกหรือใต้ชั้นเยื่อบุ แพทย์จึงต้องพิจารณาร่วมกับผลตรวจอื่น ๆ และอาจเลือกการผ่าตัดเก็บชิ้นเนื้อในบางกรณี
ข้อดีของการส่องกล้อง
- เห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารได้โดยตรง
- สามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม
- ในบางกรณีสามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกผ่านกล้องได้
- ช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับสาเหตุของโรคมากขึ้น
ทั้งนี้ การส่องกล้องไม่สามารถทดแทนการตรวจทุกชนิดหรือการผ่าตัดได้ สัตวแพทย์จะพิจารณาจากอาการ ประวัติ ผลเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจอื่น ๆ ก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสมกับน้องแต่ละตัว
อย่ามองข้ามอาการผิดปกติของน้อง หากน้องหมาหรือน้องแมวมี อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอม ไม่ควรรอดูอาการเป็นเวลานาน เพราะโรคบางชนิดหากปล่อยไว้อาจรุนแรงขึ้นได้
การตรวจอย่างเหมาะสมและค้นหาต้นเหตุให้เร็ว ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
PKAH รังสิต ดูแลทุกการตรวจ เพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกตัวน้อยในครอบครัว
ไม่ต้องผ่า ก็เห็นต้นเหตุของโรคได้
เมื่อน้องหมาหรือน้องแมวมีอาการ อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคของระบบทางเดินอาหารได้หลายชนิด
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในได้โดยตรง คือ การส่องกล้อง (Endoscopy)
การส่องกล้องสัตว์เลี้ยงคืออะไร?
การส่องกล้อง คือการใช้กล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่กับปลายอุปกรณ์ชนิดพิเศษ สอดผ่านทางเดินอาหาร เช่น ช่องปาก → หลอดอาหาร → กระเพาะอาหาร → ลำไส้เล็กส่วนต้น หรือส่องตรวจลำไส้ใหญ่ผ่านทางทวารหนัก เพื่อให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นเยื่อบุและความผิดปกติภายในได้โดยตรง
นอกจากการมองเห็นแล้ว อุปกรณ์ยังสามารถใช้ เก็บชิ้นเนื้อ (Biopsy) จากบริเวณที่ผิดปกติ เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา ช่วยประกอบการวินิจฉัยโรคได้อย่างละเอียดมากขึ้น
กรณีไหนที่สัตวแพทย์อาจพิจารณาส่องกล้อง?
การส่องกล้องอาจมีประโยชน์ในสัตว์เลี้ยงที่มีอาการ เช่น
* อาเจียนเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ
* ท้องเสียเรื้อรัง
* เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลด
* มีเลือดปนในอุจจาระ
* สงสัยโรคของกระเพาะอาหารหรือลำไส้
* สงสัยมีสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหาร
* ต้องการตรวจหาความผิดปกติของเยื่อบุทางเดินอาหาร
* ต้องการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อช่วยวินิจฉัยโรคบางชนิด เช่น โรคลำไส้อักเสบหรือเนื้องอก
ถ้าน้องเผลอกินสิ่งแปลกปลอม ส่องกล้องช่วยได้ไหม?
ในบางกรณี ช่วยได้ โดยเฉพาะสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร และสามารถเข้าถึงและนำออกได้อย่างเหมาะสมด้วยอุปกรณ์ผ่านกล้อง
แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งแปลกปลอมทุกชนิดจะสามารถนำออกด้วยการส่องกล้องได้ หากวัตถุอยู่ลึกเกินขอบเขตที่กล้องเข้าถึง มีภาวะลำไส้อุดตันบางตำแหน่ง มีการทะลุ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดแทน
โดยเฉพาะเชือก ด้าย หรือสิ่งแปลกปลอมลักษณะยาวในแมว ควรรีบพบสัตวแพทย์ เพราะอาจทำให้ลำไส้เกิดการรั้งและบาดจนทะลุได้
ส่องกล้องแล้วเห็นโรคเลยหรือไม่?
การมองเห็นบริเวณที่ผิดปกติช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินลักษณะของโรคได้มากขึ้น แต่ในหลายกรณี จำเป็นต้องเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
ดังนั้น การส่องกล้องไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ “ดู” แต่ยังสามารถช่วยเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากบริเวณที่สงสัยได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ชิ้นเนื้อจากการส่องกล้องเป็นชิ้นเนื้อบริเวณเยื่อบุและมีข้อจำกัดในโรคบางชนิด โดยเฉพาะรอยโรคที่อยู่ลึกหรือใต้ชั้นเยื่อบุ แพทย์จึงต้องพิจารณาร่วมกับผลตรวจอื่น ๆ และอาจเลือกการผ่าตัดเก็บชิ้นเนื้อในบางกรณี
ข้อดีของการส่องกล้อง
- เห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารได้โดยตรง
- สามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม
- ในบางกรณีสามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกผ่านกล้องได้
- ช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับสาเหตุของโรคมากขึ้น
ทั้งนี้ การส่องกล้องไม่สามารถทดแทนการตรวจทุกชนิดหรือการผ่าตัดได้ สัตวแพทย์จะพิจารณาจากอาการ ประวัติ ผลเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจอื่น ๆ ก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสมกับน้องแต่ละตัว
อย่ามองข้ามอาการผิดปกติของน้อง หากน้องหมาหรือน้องแมวมี อาเจียนเรื้อรัง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่ากลืนสิ่งแปลกปลอม ไม่ควรรอดูอาการเป็นเวลานาน เพราะโรคบางชนิดหากปล่อยไว้อาจรุนแรงขึ้นได้
การตรวจอย่างเหมาะสมและค้นหาต้นเหตุให้เร็ว ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
PKAH รังสิต ดูแลทุกการตรวจ เพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกตัวน้อยในครอบครัว
Related Content
เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้นได้!
เพราะการรักษาที่ดีที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการ วินิจฉัยที่ชัดเจนและทันเวลา! [PKAH RANGSIT]
เราใช้เครื่อง CT Scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลเพื่อนซี้ของคุณค่ะ
CT Scan ช่วยน้องได้อย่างไรบ้าง?
19 Dec 2025
โรคไตเรื้อรังในสุนัขและแมว (CKD) คือภาวะที่ไตเสื่อมการทำงานอย่างช้าๆ ทำให้ขับของเสียได้ไม่ดี พบได้บ่อยในสัตว์สูงวัย หรือสัตว์เลี้ยงที่มีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
19 Jan 2026
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 Dec 2025


