เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันตัวเองในสุนัข(ITP หรือ IMT)
Last updated: 22 Dec 2025
32 Views

เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันตัวเองในสุนัข(ITP หรือ IMT)
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
สิ่งที่น่ากลัวของเกล็ดเลือดต่ำมากๆ ที่ต้องระวังคือ เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ( เลือดออกในทางเดินอาหาร , เลือดออกในปอด , เลือดออกในตา , เลือดออกในสมอง )
โดยค่าปกติของเกล็ดเลือดในสุนัข คือ 200,000 -600,000 ครับ ( ในแมว 300,000-800,000 ) ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 40,000 ก็มีแนวโน้มที่จะมีเลือดออกครับ ( ซึ่งก็ไม่แน่เสมอไปนะครับว่า เกล็ดเลือดต่ำจะมีเลือดออก เพราะปัจจัยการเกิดเลือดออกมีปัจจัยมากกว่าแค่เกล็ดเลือด )
ทีนี้จะจัดการกับปัญหาเกล็ดเลือดต่ำ จำเป็นต้องหาสาเหตุครับว่า เกล็ดเลือดต่ำจากเหตุอะไร จะได้ไปจัดการที่สาเหตุนั้
นๆโดยเฉพาะถ้าเกล็ดเลือดต่ำน้อยกว่า 40,000 มักจะมีแนวโน้มเป็นการทำลายจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายครับ ( Immune Mediated Thrombocytopenia , IMT ) สาเหตุการที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดของตัวเอง มักเหนี่ยวนำมาจากการติดเชื้อเช่น ไวรัส , แบคทีเรีย , มะเร็งหรือเนื้องอก และที่สำคัญมักจะเกิดตามมาจากการติดเชื้อพยาธิในเม็ดเลือดที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือด ( หรือบางทีทำลายเม็ดเลือดแดงด้วย )
วิธีตรวจวินิจฉัย ภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด ( Immune Mediated Thrombocytopenia : IMT )
คุณหมอจะตรวจหาสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำลงได้ออกไปก่อน( 1.เป็นลักษณะเฉพาะบางพันธุ์ ที่ปกติเกล็ดเลือดอาจจะต่ำอยู่แล้ว ,2.สร้างน้อย ( ไขกระดูกถูกกดการทำงาน , เป็นโรคตับเรื่อรัง หรือรุนแรง ),3.กักเก็บไว้เยอะ ( เช่นเป็นโรคของม้าม , ม้ามโต ) , 4.ใช้เยอะ ( มีแผลเลือดออกเยอะ , ติดเชื้อในเลือดรุนแรง , เกิดภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย ( DIC ) , เนื้องอกบางชนิด
จากนั้นจะดูจำนวนและขนาดเกล็ดเลือดครับ โดยเฉพาะถ้าต่ำกว่า 40000 cells , ดูรูปร่างของเกล็ดเลือดที่พบเกล็ดเลือดขนาดใหญ่ + ค่าขนาดเกล็ดเลือดที่สูง , ส่งตรวจภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำลายเกล็ดเลือด ซึ่งถ้าผลเป็นบวก มีโอกาสที่เกล็ดเลือดจะถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันได้มากครับ และยิ่งถ้าตอบสนองต่อ ยากดภูมิคุ้มกัน ก็ยิ่งเป็นไปได้มากที่จะเป็น IMT
แต่ต้องจัดการหาสาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดของตัวเองด้วยครับ ซึ่งมักเหนี่ยวนำมาจากการติดเชื้อเช่น ไวรัส , แบคทีเรีย , มะเร็งหรือเนื้องอก รวมถึงเหนี่ยวนำจากการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ( infection / inflammation / immune mediate / neoplasia )
ในส่วนของการรักษา จะพิจารณาให้ยากดภูมิคุ้มกันในระดับสูง ( ต้องเป็นระดับกดภูมิคุ้มกันได้ครับ ) โดยอาจจะให้ยาเพียง 1 ชนิด หรือ 2 ชนิดพร้อมกันขึ้นอยู่กับการพิจารณา+อาการของสัตว์ป่วยด้วยครับ ที่สำคัญจะต้องกินยาจนเกล็ดเลือดตอบสนองเพื่มขึ้นมาในระดับปกติ และค่อยๆลดขนาดโด๊สลงเรื่อยๆจนคุณหมอพิจารณาหยุดยาครับ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นหลักเดือนครับ ( การหยุดยาเร็วเกินไป จะทำให้ภูมิคุ้มกันกลับมาทำลายเกล็ดเลือดอีกครั้ง )
ยารักษามะเร็ง ( vincristin ) ใช้ได้ผลดี แต่ต้องไม่พบเม็ดเลือดขาวต่ำ. และใช้เวลาในการตอบสนอง 7 วันขึ้นไป
human immunoglobulin , IVIG ( ในคนที่เกล็ดเลือดลดต่ำลง สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกัน เช่น ใช้ในรายที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 หรือ VITT (Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia) จากการที่วัคซีนทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาผิดปกติ จนไปกระตุ้นการทำงานของเกล็ดเลือด ส่งผลให้เกล็ดเลือดต่ำ และก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โดยการรักษาภาวะ VITT โดยการให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และอาจต้องให้ยา Intravenous Immunoglobulin (IVIG) เพิ่มเติม เพื่อยับยั้งภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปของสัตว์ป่วย) ซึ่งในสุนัขก็มีการใช้ IVIG เช่นเดียวกันครับ หากไม่ตอบสนองต่อการให้ยากดภูมิคุ้มกัน ( ซึ่งเป็นหนึ่งในคำแนะนำของการรักษา IMT ในสุนัขด้วยครับ )
การตัดม้าม หากไม่มีการตอบสนองต่อการใช้ยาแล้ว การตัดม้ามจึงเป็นทางเลือกในการรักษาครับ ( เนื่องจากม้าม เป็นอวัยวะที่เกล็ดเลือดถูกส่งมาทำลาย หรือผลิตภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำลายเกล็ดเลือด ) โดยหลังจากตัดม้ามแล้ว สุนัขจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าตอนเป็น IMT ครับ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดสำหรับสุนัขหลังตัดม้ามครับ
การให้ผลิตภัณฑ์ที่มีเกล็ดเลือด เป็นหนึ่งในทางเลือกครับ
บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
สิ่งที่น่ากลัวของเกล็ดเลือดต่ำมากๆ ที่ต้องระวังคือ เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ( เลือดออกในทางเดินอาหาร , เลือดออกในปอด , เลือดออกในตา , เลือดออกในสมอง )
โดยค่าปกติของเกล็ดเลือดในสุนัข คือ 200,000 -600,000 ครับ ( ในแมว 300,000-800,000 ) ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 40,000 ก็มีแนวโน้มที่จะมีเลือดออกครับ ( ซึ่งก็ไม่แน่เสมอไปนะครับว่า เกล็ดเลือดต่ำจะมีเลือดออก เพราะปัจจัยการเกิดเลือดออกมีปัจจัยมากกว่าแค่เกล็ดเลือด )
ทีนี้จะจัดการกับปัญหาเกล็ดเลือดต่ำ จำเป็นต้องหาสาเหตุครับว่า เกล็ดเลือดต่ำจากเหตุอะไร จะได้ไปจัดการที่สาเหตุนั้
นๆโดยเฉพาะถ้าเกล็ดเลือดต่ำน้อยกว่า 40,000 มักจะมีแนวโน้มเป็นการทำลายจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายครับ ( Immune Mediated Thrombocytopenia , IMT ) สาเหตุการที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดของตัวเอง มักเหนี่ยวนำมาจากการติดเชื้อเช่น ไวรัส , แบคทีเรีย , มะเร็งหรือเนื้องอก และที่สำคัญมักจะเกิดตามมาจากการติดเชื้อพยาธิในเม็ดเลือดที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือด ( หรือบางทีทำลายเม็ดเลือดแดงด้วย )
วิธีตรวจวินิจฉัย ภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด ( Immune Mediated Thrombocytopenia : IMT )
คุณหมอจะตรวจหาสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำลงได้ออกไปก่อน( 1.เป็นลักษณะเฉพาะบางพันธุ์ ที่ปกติเกล็ดเลือดอาจจะต่ำอยู่แล้ว ,2.สร้างน้อย ( ไขกระดูกถูกกดการทำงาน , เป็นโรคตับเรื่อรัง หรือรุนแรง ),3.กักเก็บไว้เยอะ ( เช่นเป็นโรคของม้าม , ม้ามโต ) , 4.ใช้เยอะ ( มีแผลเลือดออกเยอะ , ติดเชื้อในเลือดรุนแรง , เกิดภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย ( DIC ) , เนื้องอกบางชนิด
จากนั้นจะดูจำนวนและขนาดเกล็ดเลือดครับ โดยเฉพาะถ้าต่ำกว่า 40000 cells , ดูรูปร่างของเกล็ดเลือดที่พบเกล็ดเลือดขนาดใหญ่ + ค่าขนาดเกล็ดเลือดที่สูง , ส่งตรวจภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำลายเกล็ดเลือด ซึ่งถ้าผลเป็นบวก มีโอกาสที่เกล็ดเลือดจะถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันได้มากครับ และยิ่งถ้าตอบสนองต่อ ยากดภูมิคุ้มกัน ก็ยิ่งเป็นไปได้มากที่จะเป็น IMT
แต่ต้องจัดการหาสาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดของตัวเองด้วยครับ ซึ่งมักเหนี่ยวนำมาจากการติดเชื้อเช่น ไวรัส , แบคทีเรีย , มะเร็งหรือเนื้องอก รวมถึงเหนี่ยวนำจากการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ( infection / inflammation / immune mediate / neoplasia )
ในส่วนของการรักษา จะพิจารณาให้ยากดภูมิคุ้มกันในระดับสูง ( ต้องเป็นระดับกดภูมิคุ้มกันได้ครับ ) โดยอาจจะให้ยาเพียง 1 ชนิด หรือ 2 ชนิดพร้อมกันขึ้นอยู่กับการพิจารณา+อาการของสัตว์ป่วยด้วยครับ ที่สำคัญจะต้องกินยาจนเกล็ดเลือดตอบสนองเพื่มขึ้นมาในระดับปกติ และค่อยๆลดขนาดโด๊สลงเรื่อยๆจนคุณหมอพิจารณาหยุดยาครับ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นหลักเดือนครับ ( การหยุดยาเร็วเกินไป จะทำให้ภูมิคุ้มกันกลับมาทำลายเกล็ดเลือดอีกครั้ง )
ยารักษามะเร็ง ( vincristin ) ใช้ได้ผลดี แต่ต้องไม่พบเม็ดเลือดขาวต่ำ. และใช้เวลาในการตอบสนอง 7 วันขึ้นไป
human immunoglobulin , IVIG ( ในคนที่เกล็ดเลือดลดต่ำลง สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกัน เช่น ใช้ในรายที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 หรือ VITT (Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia) จากการที่วัคซีนทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาผิดปกติ จนไปกระตุ้นการทำงานของเกล็ดเลือด ส่งผลให้เกล็ดเลือดต่ำ และก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โดยการรักษาภาวะ VITT โดยการให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และอาจต้องให้ยา Intravenous Immunoglobulin (IVIG) เพิ่มเติม เพื่อยับยั้งภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปของสัตว์ป่วย) ซึ่งในสุนัขก็มีการใช้ IVIG เช่นเดียวกันครับ หากไม่ตอบสนองต่อการให้ยากดภูมิคุ้มกัน ( ซึ่งเป็นหนึ่งในคำแนะนำของการรักษา IMT ในสุนัขด้วยครับ )
การตัดม้าม หากไม่มีการตอบสนองต่อการใช้ยาแล้ว การตัดม้ามจึงเป็นทางเลือกในการรักษาครับ ( เนื่องจากม้าม เป็นอวัยวะที่เกล็ดเลือดถูกส่งมาทำลาย หรือผลิตภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำลายเกล็ดเลือด ) โดยหลังจากตัดม้ามแล้ว สุนัขจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าตอนเป็น IMT ครับ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดสำหรับสุนัขหลังตัดม้ามครับ
การให้ผลิตภัณฑ์ที่มีเกล็ดเลือด เป็นหนึ่งในทางเลือกครับ
บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)
Related Content
โรคข้อเสื่อมในสุนัข (Osteoarthritis ) คือภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อต่อเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการปวด และเคลื่อนไหวลำบาก มักพบในสุนัขสูงอายุหรือพันธุ์ใหญ่
14 Jan 2026
โรคไตวายเรื้อรังในสุนัขแมว มักมีอาการ(Chronic Kidney Disease): ไตเสื่อมทำงานได้ไม่เต็มที่, สังเกตได้จากดื่มน้ำเยอะ/ปัสสาวะบ่อย/น้อยผิดปกติ, เบื่ออาหาร, ซึม, น้ำหนักลด, อาเจียน.
13 Jan 2026
CT Scan เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ
โดยไม่กระทบความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยของท่าน
พร้อมเป็น Diagnostic Referral Partner
สำหรับคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์
4 Jan 2026


