โรคหรือภาวะที่อาจทำให้สุนัขแมวต้องการเลือด
Last updated: 20 Dec 2025
164 Views

โรคหรือภาวะที่อาจทำให้สุนัขแมวต้องการเลือด
สุนัขและแมวอาจต้องการเลือดจากธนาคารเลือดในกรณีที่มี ภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุเสียเลือดมาก, การผ่าตัดใหญ่, โรคเรื้อรัง (ไต, มะเร็ง), ภาวะเลือดออกผิดปกติจากพิษงูหรือสารพิษอื่นๆ, หรือโรคติดเชื้อบางชนิด (เช่น พยาธิเม็ดเลือด, โรคเอดส์แมว, โรคลิวคีเมีย) ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดถูกทำลาย
บริการของธนาคารเลือดสุนัขแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
- อุบัติเหตุและการเสียเลือดเฉียบพลัน: สุนัขหรือแมวที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น ถูกรถชน แล้วสูญเสียเลือดจำนวนมาก
- การผ่าตัดใหญ่: การถ่ายเลือดอาจจำเป็นเพื่อสำรองเลือดให้กับสัตว์ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่
- โรคโลหิตจางจากภูมิคุ้มกัน: ภาวะที่ร่างกายทำลายเม็ดเลือดแดงของตนเอง ทำให้เกิดโลหิตจางรุนแรง
- โรคมะเร็ง: สัตว์ที่เป็นมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งหลอดโลหิต, มะเร็งม้าม หรือมะเร็งเม็ดโลหิตขาว (โรคลิวคีเมีย) อาจต้องการเลือด
- โรคไตเรื้อรัง: โรคไตสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
- สารพิษ: การได้รับสารพิษ เช่น สารพิษในเหยื่อหนูหรือพิษจากงูบางชนิด อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติหรือเสียเลือดได้
- พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขแมว: ทำให้เกิดโลหิตจางรุนแรงและเกล็ดเลือดต่ำ
- โรคเอดส์แมว (FIV) และโรคลิวคีเมีย (FeLV): เป็นโรคติดเชื้อในแมวที่อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจางได้
- การตั้งครรภ์และหลังคลอด: แม่สัตว์ที่ตกเลือดมากหลังคลอดอาจต้องการเลือดเพื่อช่วยชีวิต
- ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ: อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรือการติดเชื้อ ซึ่งหากรุนแรงอาจต้องถ่ายเลือด
Related Content
การติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข มักเป็นกลุ่มเชื้อโรคที่แอบอยู่ในเลือดของสุนัข ( บางชนิดแอบในเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด แล้วแต่ชนิดของเชื้อ ) มีเห็บเป็นตัวนำเชื้อ เชื้อเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อยๆ คือ E.canis , Babesia , Anaplasma อาการของการติดเชื้อมีตั้งแต่ ซึม , ไม่ร่าเริง , กินอาหารน้อยลง , ตัวร้อน มีไข้ , มีจ้ำแดงที่เหงือกหรือตามตัว , ตัวเหลืองหรือดีซ่าน , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ อาเจียนเป็นเลือด
21 Dec 2025
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 Dec 2025
When a dog or cat has symptoms that require a thorough examination, many people are often confused as to whether to choose a good CT or a good MRI. Today, the PKAH Veterinary Center explains an easy-to-understand model with cute illustrations for the owner to make a more confident decision.
19 Dec 2025


