โรคหรือภาวะที่อาจทำให้สุนัข/แมวต้องการเลือด
อัพเดทล่าสุด: 20 ธ.ค. 2025
112 ผู้เข้าชม

โรคหรือภาวะที่อาจทำให้สุนัขแมวต้องการเลือด
สุนัขและแมวอาจต้องการเลือดจากธนาคารเลือดในกรณีที่มี ภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุเสียเลือดมาก, การผ่าตัดใหญ่, โรคเรื้อรัง (ไต, มะเร็ง), ภาวะเลือดออกผิดปกติจากพิษงูหรือสารพิษอื่นๆ, หรือโรคติดเชื้อบางชนิด (เช่น พยาธิเม็ดเลือด, โรคเอดส์แมว, โรคลิวคีเมีย) ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดถูกทำลาย
บริการของธนาคารเลือดสุนัขแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
สุนัขและแมวอาจต้องการเลือดจากธนาคารเลือดในกรณีที่มี ภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุเสียเลือดมาก, การผ่าตัดใหญ่, โรคเรื้อรัง (ไต, มะเร็ง), ภาวะเลือดออกผิดปกติจากพิษงูหรือสารพิษอื่นๆ, หรือโรคติดเชื้อบางชนิด (เช่น พยาธิเม็ดเลือด, โรคเอดส์แมว, โรคลิวคีเมีย) ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดถูกทำลาย
บริการของธนาคารเลือดสุนัขแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
- อุบัติเหตุและการเสียเลือดเฉียบพลัน: สุนัขหรือแมวที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น ถูกรถชน แล้วสูญเสียเลือดจำนวนมาก
- การผ่าตัดใหญ่: การถ่ายเลือดอาจจำเป็นเพื่อสำรองเลือดให้กับสัตว์ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่
- โรคโลหิตจางจากภูมิคุ้มกัน: ภาวะที่ร่างกายทำลายเม็ดเลือดแดงของตนเอง ทำให้เกิดโลหิตจางรุนแรง
- โรคมะเร็ง: สัตว์ที่เป็นมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งหลอดโลหิต, มะเร็งม้าม หรือมะเร็งเม็ดโลหิตขาว (โรคลิวคีเมีย) อาจต้องการเลือด
- โรคไตเรื้อรัง: โรคไตสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
- สารพิษ: การได้รับสารพิษ เช่น สารพิษในเหยื่อหนูหรือพิษจากงูบางชนิด อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติหรือเสียเลือดได้
- พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขแมว: ทำให้เกิดโลหิตจางรุนแรงและเกล็ดเลือดต่ำ
- โรคเอดส์แมว (FIV) และโรคลิวคีเมีย (FeLV): เป็นโรคติดเชื้อในแมวที่อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจางได้
- การตั้งครรภ์และหลังคลอด: แม่สัตว์ที่ตกเลือดมากหลังคลอดอาจต้องการเลือดเพื่อช่วยชีวิต
- ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ: อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรือการติดเชื้อ ซึ่งหากรุนแรงอาจต้องถ่ายเลือด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารเลือดสำหรับสุนัขและแมวมีไว้สำหรับสัตว์ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับเลือดเพื่อรักษาชีวิตหรือเพื่อประคับประคองอาการจากภาวะต่างๆ ซึ่งโรคหรือภาวะที่สุนัขและแมวอาจจะต้องได้รับเลือดได้แก่:
21 ธ.ค. 2025
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025
ปัญหาที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการหายใจและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงโดยตรง โรคเหล่านี้สามารถเกิดได้ทั้งในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และส่วนล่าง อาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ไอ (Coughing) จาม (Sneezing) หายใจลำบาก (Dyspnea) / หอบ น้ำมูก/น้ำตาไหล
เยื่อเมือกสีคล้ำ/ม่วง อาการอื่น ๆ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ อ่อนเพลีย
19 ธ.ค. 2025


