CT Scan vs MRI ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากที่สุด?
Last updated: 24 May 2026
611 Views

CT Scan vs MRI ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากที่สุด?
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยที่ต้องตรวจวินิจฉัยเชิงลึก หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “CT Scan” และ “MRI” แต่ยังไม่แน่ใจว่าแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับน้องหมาหรือน้องแมวของเรา วันนี้มาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ กัน
CT Scan คืออะไร?
CT Scan (Computed Tomography) คือการตรวจด้วยรังสีเอกซเรย์หลายมุม แล้วนำภาพมาประมวลผลเป็นภาพตัดขวางแบบละเอียด ช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในร่างกายได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป
เหมาะสำหรับตรวจ
MRI คืออะไร?
MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช้รังสีเอกซเรย์ จุดเด่นคือสามารถเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และสมองได้ชัดมาก
เหมาะสำหรับตรวจ
จุดเด่น
จริง ๆ แล้ว “ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป” เพราะขึ้นอยู่กับอาการของสัตว์เลี้ยงและดุลยพินิจของสัตวแพทย์
หากสงสัยปัญหา “กระดูก ปอด หรืออุบัติเหตุ” → CT Scan มักเหมาะกว่า
หากสงสัย “สมอง เส้นประสาท หรือไขสันหลัง” → MRI จะให้รายละเอียดดีกว่า
ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจแนะนำทั้ง 2 แบบร่วมกัน เพื่อให้วินิจฉัยได้แม่นยำที่สุด
สัตว์เลี้ยงต้องดมยาสลบไหม?
โดยทั่วไป ทั้ง CT Scan และ MRI จำเป็นต้องมีการวางยาสลบหรือยานอนหลับ เพราะสัตว์เลี้ยงต้องนอนนิ่งระหว่างตรวจ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและปลอดภัย
การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา
เทคโนโลยีทางสัตวแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถค้นหาสาเหตุของโรคได้เร็วขึ้น วางแผนการรักษาได้ตรงจุด และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยที่ต้องตรวจวินิจฉัยเชิงลึก หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “CT Scan” และ “MRI” แต่ยังไม่แน่ใจว่าแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับน้องหมาหรือน้องแมวของเรา วันนี้มาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ กัน
CT Scan คืออะไร?
CT Scan (Computed Tomography) คือการตรวจด้วยรังสีเอกซเรย์หลายมุม แล้วนำภาพมาประมวลผลเป็นภาพตัดขวางแบบละเอียด ช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในร่างกายได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป
เหมาะสำหรับตรวจ
- กระดูกและข้อ
- โพรงจมูก
- ช่องอกและปอด
- ก้อนเนื้อหรือมะเร็งบางชนิด
- อุบัติเหตุ กระดูกแตก กระดูกหัก
- การวางแผนก่อนผ่าตัด
- ตรวจได้รวดเร็ว
- เห็นรายละเอียดกระดูกและอวัยวะได้ชัด
- เหมาะกับเคสฉุกเฉิน
- ใช้เวลาวางยาสลบไม่นาน
MRI คืออะไร?
MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช้รังสีเอกซเรย์ จุดเด่นคือสามารถเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และสมองได้ชัดมาก
เหมาะสำหรับตรวจ
- สมองและระบบประสาท
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- อาการชัก
- เดินเซ อ่อนแรง
- โรคเกี่ยวกับไขสันหลัง
- กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
จุดเด่น
- เห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ละเอียดมาก
- เหมาะกับโรคทางระบบประสาท
- ช่วยวินิจฉัยโรคที่ CT Scan อาจเห็นไม่ชัด
- แล้วควรเลือกแบบไหน?
จริง ๆ แล้ว “ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป” เพราะขึ้นอยู่กับอาการของสัตว์เลี้ยงและดุลยพินิจของสัตวแพทย์
หากสงสัยปัญหา “กระดูก ปอด หรืออุบัติเหตุ” → CT Scan มักเหมาะกว่า
หากสงสัย “สมอง เส้นประสาท หรือไขสันหลัง” → MRI จะให้รายละเอียดดีกว่า
ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจแนะนำทั้ง 2 แบบร่วมกัน เพื่อให้วินิจฉัยได้แม่นยำที่สุด
สัตว์เลี้ยงต้องดมยาสลบไหม?
โดยทั่วไป ทั้ง CT Scan และ MRI จำเป็นต้องมีการวางยาสลบหรือยานอนหลับ เพราะสัตว์เลี้ยงต้องนอนนิ่งระหว่างตรวจ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและปลอดภัย
การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา
เทคโนโลยีทางสัตวแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถค้นหาสาเหตุของโรคได้เร็วขึ้น วางแผนการรักษาได้ตรงจุด และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา
Related Content
การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในสุนัขสูงวัย สุนัขที่มีปัญหาข้อเสื่อม สะโพกเสื่อม หรืออยู่ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของหลายท่านกังวลคือ คุณภาพน้ำในสระว่ายน้ำ ว่าจะสะอาด ปลอดภัย และอ่อนโยนต่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยงมากเพียงใด
14 Jun 2026
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เป็นสระว่ายน้ำสัตว์เลี้ยง ระบบ Ozone + Chloramide ที่เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำสัตว์เลี้ยง เน้นสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย และลดการระคายเคืองผิวหนัง “PKAH Pet Sport Club เลือกใช้ระบบ Aqueous Ozone ร่วมกับการควบคุมคุณภาพน้ำมาตรฐาน เพื่อช่วยลดความแข็งกระด้างของน้ำ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา พร้อมดูแลสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยงในทุกครั้งที่ลงสระ”
10 Jun 2026
เป็นภาวะที่ต่อมผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ฮอร์โมนเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมเมตาบอลิซึม การเจริญเติบโต และความสมดุลของร่างกายทั้งหมด
โรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยมีดังนี้
20 Dec 2025


