CT Scan vs MRI ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากที่สุด?
Last updated: 24 May 2026
610 Views

CT Scan vs MRI ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากที่สุด?
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยที่ต้องตรวจวินิจฉัยเชิงลึก หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “CT Scan” และ “MRI” แต่ยังไม่แน่ใจว่าแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับน้องหมาหรือน้องแมวของเรา วันนี้มาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ กัน
CT Scan คืออะไร?
CT Scan (Computed Tomography) คือการตรวจด้วยรังสีเอกซเรย์หลายมุม แล้วนำภาพมาประมวลผลเป็นภาพตัดขวางแบบละเอียด ช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในร่างกายได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป
เหมาะสำหรับตรวจ
MRI คืออะไร?
MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช้รังสีเอกซเรย์ จุดเด่นคือสามารถเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และสมองได้ชัดมาก
เหมาะสำหรับตรวจ
จุดเด่น
จริง ๆ แล้ว “ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป” เพราะขึ้นอยู่กับอาการของสัตว์เลี้ยงและดุลยพินิจของสัตวแพทย์
หากสงสัยปัญหา “กระดูก ปอด หรืออุบัติเหตุ” → CT Scan มักเหมาะกว่า
หากสงสัย “สมอง เส้นประสาท หรือไขสันหลัง” → MRI จะให้รายละเอียดดีกว่า
ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจแนะนำทั้ง 2 แบบร่วมกัน เพื่อให้วินิจฉัยได้แม่นยำที่สุด
สัตว์เลี้ยงต้องดมยาสลบไหม?
โดยทั่วไป ทั้ง CT Scan และ MRI จำเป็นต้องมีการวางยาสลบหรือยานอนหลับ เพราะสัตว์เลี้ยงต้องนอนนิ่งระหว่างตรวจ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและปลอดภัย
การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา
เทคโนโลยีทางสัตวแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถค้นหาสาเหตุของโรคได้เร็วขึ้น วางแผนการรักษาได้ตรงจุด และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา
เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยที่ต้องตรวจวินิจฉัยเชิงลึก หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “CT Scan” และ “MRI” แต่ยังไม่แน่ใจว่าแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับน้องหมาหรือน้องแมวของเรา วันนี้มาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ กัน
CT Scan คืออะไร?
CT Scan (Computed Tomography) คือการตรวจด้วยรังสีเอกซเรย์หลายมุม แล้วนำภาพมาประมวลผลเป็นภาพตัดขวางแบบละเอียด ช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในร่างกายได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป
เหมาะสำหรับตรวจ
- กระดูกและข้อ
- โพรงจมูก
- ช่องอกและปอด
- ก้อนเนื้อหรือมะเร็งบางชนิด
- อุบัติเหตุ กระดูกแตก กระดูกหัก
- การวางแผนก่อนผ่าตัด
- ตรวจได้รวดเร็ว
- เห็นรายละเอียดกระดูกและอวัยวะได้ชัด
- เหมาะกับเคสฉุกเฉิน
- ใช้เวลาวางยาสลบไม่นาน
MRI คืออะไร?
MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช้รังสีเอกซเรย์ จุดเด่นคือสามารถเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และสมองได้ชัดมาก
เหมาะสำหรับตรวจ
- สมองและระบบประสาท
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- อาการชัก
- เดินเซ อ่อนแรง
- โรคเกี่ยวกับไขสันหลัง
- กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
จุดเด่น
- เห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ละเอียดมาก
- เหมาะกับโรคทางระบบประสาท
- ช่วยวินิจฉัยโรคที่ CT Scan อาจเห็นไม่ชัด
- แล้วควรเลือกแบบไหน?
จริง ๆ แล้ว “ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป” เพราะขึ้นอยู่กับอาการของสัตว์เลี้ยงและดุลยพินิจของสัตวแพทย์
หากสงสัยปัญหา “กระดูก ปอด หรืออุบัติเหตุ” → CT Scan มักเหมาะกว่า
หากสงสัย “สมอง เส้นประสาท หรือไขสันหลัง” → MRI จะให้รายละเอียดดีกว่า
ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจแนะนำทั้ง 2 แบบร่วมกัน เพื่อให้วินิจฉัยได้แม่นยำที่สุด
สัตว์เลี้ยงต้องดมยาสลบไหม?
โดยทั่วไป ทั้ง CT Scan และ MRI จำเป็นต้องมีการวางยาสลบหรือยานอนหลับ เพราะสัตว์เลี้ยงต้องนอนนิ่งระหว่างตรวจ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและปลอดภัย
การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา
เทคโนโลยีทางสัตวแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถค้นหาสาเหตุของโรคได้เร็วขึ้น วางแผนการรักษาได้ตรงจุด และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา
Related Content
การติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข มักเป็นกลุ่มเชื้อโรคที่แอบอยู่ในเลือดของสุนัข ( บางชนิดแอบในเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด แล้วแต่ชนิดของเชื้อ ) มีเห็บเป็นตัวนำเชื้อ เชื้อเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อยๆ คือ E.canis , Babesia , Anaplasma อาการของการติดเชื้อมีตั้งแต่ ซึม , ไม่ร่าเริง , กินอาหารน้อยลง , ตัวร้อน มีไข้ , มีจ้ำแดงที่เหงือกหรือตามตัว , ตัวเหลืองหรือดีซ่าน , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ อาเจียนเป็นเลือด
21 Dec 2025
โรคไตเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย และผลิตฮอร์โมนบางชนิด
โรคไตสามารถแบ่งออกได้เป็น ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury ; AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease ; CKD)*
20 Dec 2025
โรคไตวายเรื้อรังในสุนัขแมว มักมีอาการ(Chronic Kidney Disease): ไตเสื่อมทำงานได้ไม่เต็มที่, สังเกตได้จากดื่มน้ำเยอะ/ปัสสาวะบ่อย/น้อยผิดปกติ, เบื่ออาหาร, ซึม, น้ำหนักลด, อาเจียน.
13 Jan 2026


