แชร์

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมว มีอาการอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม
2026.07.26 วันอาทิตย์ 14:26 Anuta นิ่วในแมว, แมวเป็นนิ่ว, แมวฉี่ไม่ออก, แมวปัสสาวะเป็นเลือด, โรคแมว, ทางเดินปัสสาวะแมว, สุขภาพแมว, โรงพยาบาลสัตว์, สัตวแพทย์, PKAHรังสิต
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมว มีอาการอย่างไร?

รู้ทันก่อนเสี่ยงอุดตันทางเดินปัสสาวะ
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมว (Feline Bladder Stones หรือ Urolithiasis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในแมวทุกช่วงวัย เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในปัสสาวะจนรวมตัวเป็นก้อนนิ่ว ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก และในบางรายอาจเกิดภาวะท่อปัสสาวะอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมวเกิดจากอะไร?
สาเหตุของการเกิดนิ่วมีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

- ดื่มน้ำน้อย ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้น
- รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุบางชนิดสูง
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (พบได้น้อยในแมว)
- ความผิดปกติของค่าความเป็นกรด-ด่างในปัสสาวะ
- พันธุกรรมหรือความผิดปกติของระบบเผาผลาญ
- แมวที่มีน้ำหนักเกินหรือเคลื่อนไหวน้อย

อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมว
เจ้าของสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

- ปัสสาวะบ่อย แต่ปัสสาวะออกครั้งละน้อย
- เบ่งปัสสาวะนาน หรือร้องขณะปัสสาวะ
- ปัสสาวะมีเลือดปน
- ปัสสาวะนอกกระบะทราย
- เลียอวัยวะเพศบ่อยผิดปกติ
- ซึม เบื่ออาหาร
- ท้องแข็งหรือปวดท้อง

หากเกิดการอุดตันของท่อปัสสาวะ จะมีอาการดังนี้
- ไม่สามารถปัสสาวะได้เลย
- เบ่งปัสสาวะตลอดเวลา
- กระวนกระวาย ร้องเสียงดัง
- อาเจียน ซึมมาก
- หมดแรง หรือหมดสติ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาแมวพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิตภายใน 24–48 ชั่วโมง

สัตวแพทย์วินิจฉัยอย่างไร?
เพื่อยืนยันการวินิจฉัย สัตวแพทย์อาจแนะนำการตรวจดังนี้

- ตรวจร่างกายและคลำกระเพาะปัสสาวะ
- ตรวจปัสสาวะเพื่อหาผลึก เลือด หรือการติดเชื้อ
- เอกซเรย์ (X-ray) เพื่อตรวจหาก้อนนิ่ว
- อัลตราซาวด์กระเพาะปัสสาวะ
- ตรวจเลือด หากสงสัยว่ามีผลกระทบต่อไต

วิธีรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมว
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของนิ่ว ได้แก่

1. ปรับอาหารรักษานิ่ว
นิ่วบางชนิด เช่น Struvite สามารถละลายได้ด้วยอาหารสูตรเฉพาะภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์

2. ให้ยา
- ยาลดการอักเสบ
- ยาแก้ปวด
- ยาปฏิชีวนะ (หากมีการติดเชื้อ)

3. การผ่าตัดเอานิ่วออก
หากนิ่วมีขนาดใหญ่ จำนวนมาก หรือไม่สามารถละลายได้ จำเป็นต้องผ่าตัดนำก้อนนิ่วออก

4. รักษาภาวะท่อปัสสาวะอุดตัน
สัตวแพทย์จะทำการใส่สายสวนปัสสาวะ ระบายปัสสาวะ และให้สารน้ำทางหลอดเลือดอย่างเร่งด่วน

ป้องกันนิ่วในแมวได้อย่างไร?
สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีดังนี้

- กระตุ้นให้แมวดื่มน้ำมากขึ้น
- ใช้น้ำพุแมวเพื่อเพิ่มความสนใจในการดื่มน้ำ
- ให้อาหารเปียกสลับกับอาหารเม็ด
- เลือกอาหารที่เหมาะกับสุขภาพทางเดินปัสสาวะ
- ทำความสะอาดกระบะทรายเป็นประจำ
- พาแมวตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป

เมื่อไหร่ควรรีบพบสัตวแพทย์?
หากแมวมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการ

- เบ่งปัสสาวะหลายครั้งแต่ไม่มีปัสสาวะออก
- ปัสสาวะมีเลือด
- ซึม ไม่กินอาหาร
- อาเจียนร่วมกับปัสสาวะลำบาก
- ปวดท้องหรือร้องผิดปกติ

การรักษาอย่างรวดเร็วช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้อย่างมาก

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะแมวเป็นโรคที่พบได้บ่อย และหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะท่อปัสสาวะอุดตันซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต การสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะเป็นเลือด หรือเบ่งปัสสาวะบ่อย พร้อมรีบพาไปพบสัตวแพทย์ จะช่วยให้แมวได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง
โรงแรมแมว รังสิต, ฝากแมว รังสิต, รับฝากแมว ปทุมธานี, Cat Hotel Rangsit, โรงแรมแมว ใกล้กรุงเทพ, รับฝากแมวโดยสัตวแพทย์, โรงแรมสุนัข รังสิต, ฝากสุนัข รังสิต, รับฝากสุนัข ปทุมธานี, Dog Hotel Rangsit, โรงแรมสัตว์เลี้ยง รังสิต, รับฝากสุนัขโดยสัตวแพทย์, โรงแรมสั
เพราะการฝากเลี้ยงสำหรับน้องบางตัว ไม่ได้ต้องการแค่ที่พัก แต่ต้องการการดูแลที่เข้าใจสุขภาพของเขาด้วยที่ PKAH เราพร้อมดูแลทั้ง Pet Hotel & Medical Boarding รองรับทั้งน้องสุขภาพดี น้องสูงวัย หรือน้องที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษระหว่างเข้าพัก
6 มิ.ย. 2026
อาบน้ำตัดขนไถเกรียน ปทุมธานี, อาบน้ำตัดขนสุนัข ปทุมธานี, อาบน้ำตัดขนแมว ปทุมธานี, ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ ปทุมธาน, อาบน้ำสุนัข ปทุมธานี, อาบน้ำแมว ปทุมธานี, ตัดขนสุนัข ปทุมธานี, ตัดขนแมว ปทุมธานี, อาบน้ำตัดขนไถเกรียนสุนัข, อาบน้ำตัดขนแมว, อาบน้ำตัดขนสุนัขใหญ
บริการอาบน้ำตัดขน ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต ดูแลความสะอาดและเสริมความน่ารักของน้อง ๆ อย่างมืออาชีพ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง พร้อมสถานที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองทุกท่าน
8 เม.ย. 2026
สุนัขติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ทำไมเกล็ดเลือดถึงต่ำ มีเลือดออกจมูกและปัสสาวะเป็นเลือด
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy