แชร์

สัตว์เลี้ยงเดินไม่คล่อง ปวดข้อ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง กายภาพบำบัดช่วยได้อย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ค. 2026
348 ผู้เข้าชม
สัตว์เลี้ยงเดินไม่คล่อง ปวดข้อ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง กายภาพบำบัดช่วยได้อย่างไร?

เมื่อสุนัขหรือแมวเริ่มเดินกะเผลก ลุกนั่งลำบาก กระโดดไม่เหมือนเดิม หรือไม่อยากวิ่งเล่นเหมือนเคย หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของวัย แต่ความจริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท ซึ่งหากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การทำกายภาพบำบัดสัตว์เลี้ยง (Veterinary Rehabilitation) เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ลดอาการปวด และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยสัตวแพทย์จะออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับโรคและสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว


สัตว์เลี้ยงกลุ่มใดที่เหมาะกับการทำกายภาพบำบัด?

สัตว์เลี้ยงหลังการผ่าตัด
* ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า (CCL)
* ผ่าตัดกระดูกหัก
* ผ่าตัดสะบ้าเคลื่อน
* ผ่าตัดหมอนรองกระดูก

การทำกายภาพช่วยให้แผลฟื้นตัวเร็ว ลดการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ และช่วยให้กลับมาเดินได้อย่างมั่นคง
สัตว์เลี้ยงที่มีโรคข้อและกระดูก

* ข้อสะโพกเสื่อม
* ข้ออักเสบ
* ข้อเสื่อมตามวัย
* โรคกระดูกและข้อเรื้อรัง

ช่วยลดอาการปวด เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อ และช่วยให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาระบบประสาท

* หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
* อัมพาต
* กล้ามเนื้ออ่อนแรง
* สูญเสียการทรงตัว

การกายภาพช่วยกระตุ้นระบบประสาท ฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ และเพิ่มโอกาสในการกลับมาเดินได้
สัตว์สูงวัย เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและข้อต่อจะเสื่อมลง การทำกายภาพช่วยรักษาความแข็งแรง ลดอาการปวด และชะลอการเสื่อมของร่างกาย

ประโยชน์ของกายภาพบำบัดสัตว์เลี้ยง

- ลดอาการปวดและการอักเสบ
- เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและการทรงตัว
- ลดโอกาสเกิดกล้ามเนื้อฝ่อลีบ
- ช่วยให้กลับมาเดินและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
- เพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว


การรักษาอาจประกอบด้วย

* ลู่วิ่งใต้น้ำ (Underwater Treadmill)
* เลเซอร์บำบัด (Laser Therapy)
* การยืดกล้ามเนื้อและขยับข้อต่อ
* การฝึกเดินและฝึกการทรงตัว
* โปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะราย

หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงเดินผิดปกติ ลุกยืนลำบาก ไม่ยอมขึ้นบันได หรือเริ่มมีอาการปวดข้อ อย่าปล่อยไว้จนรุนแรง การเข้ารับการตรวจและเริ่มทำกายภาพบำบัดตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและทำให้สัตว์เลี้ยงกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง
สุนัขกลืนสิ่งแปลกปลอม, ผ่าตัดสุนัข, สิ่งแปลกปลอมในกระเพาะอาหาร, ผ่าตัดสัตว์เลี้ยง, โรงพยาบาลสัตว์, PKAHRangsit, ศูนย์การสัตวแพทย์PKAHรังสิต, DogForeignBody, PetSurgery, สัตวแพทย์, สุนัขอาเจียน, ลำไส้อุดตันสุนัข, EmergencyPetCare
น้องจิโน่ ….มาด้วยอาการอาเจียน และซึม จากการซักประวัติ คุณแม่แจ้งว่าน้องแอบกินเศษตุ๊กตา หรือผ้าเข้าไปโดยไม่แน่ใจ และเริ่มแสดงอาการมาประมาณ 3 วัน ก่อนพาไปพบคุณหมอที่แรก คุณหมอวินิจฉัยว่า “มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหาร” พร้อมทำการ X-ray และกลืนแป้งทึบรังสี เพื่อติดตามตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม จากนั้นคุณแม่ได้ติดต่อมายัง ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เพื่อขอให้ทีมสัตวแพทย์ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหาร หากพบสิ่งแปลกปลอมจะพยายามคีบออกโดยไม่ต้องผ่าตัด
27 พ.ค. 2026
สุนัขติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ทำไมเกล็ดเลือดถึงต่ำ มีเลือดออกจมูกและปัสสาวะเป็นเลือด
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy