เคสผ่าตัดสุนัขกลืนสิ่งแปลกปลอมในกระเพาะอาหาร -ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ค. 2026
162 ผู้เข้าชม

น้องจิโน่ ….มาด้วยอาการอาเจียน และซึม
จากการซักประวัติ คุณแม่แจ้งว่าน้องแอบกินเศษตุ๊กตา หรือผ้าเข้าไปโดยไม่แน่ใจ และเริ่มแสดงอาการมาประมาณ 3 วัน ก่อนพาไปพบคุณหมอที่แรก
คุณหมอวินิจฉัยว่า “มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหาร” พร้อมทำการ X-ray และกลืนแป้งทึบรังสี เพื่อติดตามตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม จากนั้นคุณแม่ได้ติดต่อมายัง ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เพื่อขอให้ทีมสัตวแพทย์ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหาร หากพบสิ่งแปลกปลอมจะพยายามคีบออกโดยไม่ต้องผ่าตัด
ทีมสัตวแพทย์ของศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต จึงวางแผนการรักษาไว้ 2 ขั้นตอน คือ
1. ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหารก่อน
เนื่องจากพบว่าแป้งทึบรังสียังคงค้างอยู่ในกระเพาะมากกว่า 72 ชั่วโมง หากพบสิ่งแปลกปลอมและสามารถคีบออกได้ ก็จะดำเนินการทันที
2. หากสิ่งแปลกปลอมมีขนาดใหญ่ หรือการคีบออกทางหลอดอาหารอาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงกรณีที่สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนผ่านออกจากกระเพาะไปยังลำไส้เล็กแล้ว จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อนำออก
เมื่อถึงเวลาส่องกล้อง พบเพียงแป้งทึบรังสี และพบรอยแผลเล็กน้อยบริเวณหลอดอาหารส่วนปลายและในกระเพาะอาหาร ส่วนสิ่งแปลกปลอมได้เคลื่อนลงไปอุดตันอยู่ในลำไส้เล็กแล้ว
ทีมผ่าตัดจึงดำเนินการตามแผนที่ 2
โดยเปิดผ่าตัดช่องท้อง และนำสิ่งแปลกปลอมที่อุดตันบริเวณปลายลำไส้เล็กต่อกับต้นลำไส้ใหญ่ออกมา พบว่าเป็น “เศษใยสังเคราะห์และเศษพลาสติก” คาดว่าเป็นส่วนของตุ๊กตา หลังการผ่าตัด น้องจิโน่ฟื้นตัวได้ดี ตอบสนองดี และเข้าพักรักษาตัวต่อในศูนย์ผ่าตัดทางสัตวแพทย์ PKAH ต่อ ประมาณ 3 วัน
กรณีแบบนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ “ภาวะสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินอาหาร” ที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะน้องที่ชอบกัดเล่นตุ๊กตา ผ้า หรือของเล่นที่มีชิ้นส่วนหลุดง่าย หากสัตว์เลี้ยงมีอาการอาเจียน ซึม เบื่ออาหาร หรือถ่ายผิดปกติ ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดการอุดตัน ลำไส้อักเสบ หรือทะลุได้
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
เปิดให้บริการทุกวัน
เวลา 08.00 – 20.00 น.
ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Website: www.pkahrangsit.com
จากการซักประวัติ คุณแม่แจ้งว่าน้องแอบกินเศษตุ๊กตา หรือผ้าเข้าไปโดยไม่แน่ใจ และเริ่มแสดงอาการมาประมาณ 3 วัน ก่อนพาไปพบคุณหมอที่แรก
คุณหมอวินิจฉัยว่า “มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหาร” พร้อมทำการ X-ray และกลืนแป้งทึบรังสี เพื่อติดตามตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม จากนั้นคุณแม่ได้ติดต่อมายัง ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เพื่อขอให้ทีมสัตวแพทย์ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหาร หากพบสิ่งแปลกปลอมจะพยายามคีบออกโดยไม่ต้องผ่าตัด
ทีมสัตวแพทย์ของศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต จึงวางแผนการรักษาไว้ 2 ขั้นตอน คือ
1. ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหารก่อน
เนื่องจากพบว่าแป้งทึบรังสียังคงค้างอยู่ในกระเพาะมากกว่า 72 ชั่วโมง หากพบสิ่งแปลกปลอมและสามารถคีบออกได้ ก็จะดำเนินการทันที
2. หากสิ่งแปลกปลอมมีขนาดใหญ่ หรือการคีบออกทางหลอดอาหารอาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงกรณีที่สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนผ่านออกจากกระเพาะไปยังลำไส้เล็กแล้ว จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อนำออก
เมื่อถึงเวลาส่องกล้อง พบเพียงแป้งทึบรังสี และพบรอยแผลเล็กน้อยบริเวณหลอดอาหารส่วนปลายและในกระเพาะอาหาร ส่วนสิ่งแปลกปลอมได้เคลื่อนลงไปอุดตันอยู่ในลำไส้เล็กแล้ว
ทีมผ่าตัดจึงดำเนินการตามแผนที่ 2
โดยเปิดผ่าตัดช่องท้อง และนำสิ่งแปลกปลอมที่อุดตันบริเวณปลายลำไส้เล็กต่อกับต้นลำไส้ใหญ่ออกมา พบว่าเป็น “เศษใยสังเคราะห์และเศษพลาสติก” คาดว่าเป็นส่วนของตุ๊กตา หลังการผ่าตัด น้องจิโน่ฟื้นตัวได้ดี ตอบสนองดี และเข้าพักรักษาตัวต่อในศูนย์ผ่าตัดทางสัตวแพทย์ PKAH ต่อ ประมาณ 3 วัน
กรณีแบบนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ “ภาวะสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินอาหาร” ที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะน้องที่ชอบกัดเล่นตุ๊กตา ผ้า หรือของเล่นที่มีชิ้นส่วนหลุดง่าย หากสัตว์เลี้ยงมีอาการอาเจียน ซึม เบื่ออาหาร หรือถ่ายผิดปกติ ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดการอุดตัน ลำไส้อักเสบ หรือทะลุได้
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
เปิดให้บริการทุกวัน
เวลา 08.00 – 20.00 น.
ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Website: www.pkahrangsit.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อสุนัขหรือแมวเริ่มเดินกะเผลก ลุกนั่งลำบาก กระโดดไม่เหมือนเดิม หรือไม่อยากวิ่งเล่นเหมือนเคย หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของวัย แต่ความจริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท ซึ่งหากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
18 ก.ค. 2026
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น
เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล
เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
22 ธ.ค. 2025
เป็นภาวะความผิดปกติของระบบประสาทที่สัมพันธ์กับอายุ คล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมในมนุษย์ โดยเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทและการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมอง มักพบในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป และอาการจะค่อยๆ แย่ลงตามกาลเวลา
20 ธ.ค. 2025


