แชร์

ตรวจภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง สำคัญอย่างไร? - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต

อัพเดทล่าสุด: 8 มี.ค. 2026
297 ผู้เข้าชม
ตรวจภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง สำคัญอย่างไร? - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต

ตรวจภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง สำคัญอย่างไร?

อาการคัน เกา เลียเท้า ผิวหนังแดง หรือมีผื่นขึ้นบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณของ โรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง ซึ่งพบได้ทั้งในสุนัขและแมว หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา การ ตรวจภูมิแพ้ (Allergy Test) ช่วยให้สัตวแพทย์ทราบว่าสัตว์เลี้ยงแพ้อะไร เพื่อวางแผนการรักษาและป้องกันได้ตรงจุด



สัตว์เลี้ยงแพ้อะไรได้บ้าง?
สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย เช่น
• ไรฝุ่นในบ้าน
• เกสรดอกไม้
• เชื้อราในอากาศ
• หมัดหรือแมลงกัด
• อาหารบางชนิด เช่น ไก่ เนื้อวัว หรือผลิตภัณฑ์นม

วิธีตรวจภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง
หนึ่งในวิธีที่นิยมคือ การตรวจเลือด (IgE Test) ซึ่งช่วยตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้หลายชนิดในครั้งเดียว โดยไม่ต้องทำให้สัตว์เลี้ยงเจ็บหรือระคายเคืองผิวหนัง

ประโยชน์ของการตรวจภูมิแพ้
✔ รู้สาเหตุที่แท้จริงของอาการคันหรือผิวหนังอักเสบ
✔ ช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุด
✔ ลดการใช้ยาโดยไม่จำเป็น
✔ ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต

หากสัตว์เลี้ยงมีอาการ คันเรื้อรัง เลียเท้าบ่อย ขนร่วง หรือผิวหนังอักเสบ การตรวจภูมิแพ้อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้รู้สาเหตุและดูแลสุขภาพน้องได้อย่างเหมาะสม เพราะเมื่อรู้ว่าแพ้อะไร ก็สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างตรงจุด 


สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายล่วงหน้า
☎️ โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Web: www.pkahrangsit.com
แผนที่: https://share.google/VoafaDDL4tNGr4Lqr


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคข้อเสื่อมในสุนัข
โรคข้อเสื่อมในสุนัข (Osteoarthritis ) คือภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อต่อเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการปวด และเคลื่อนไหวลำบาก มักพบในสุนัขสูงอายุหรือพันธุ์ใหญ่
14 ม.ค. 2026
โรคสมองเสื่อมในสุนัขและแมว (Cognitive Dysfunction Syndrome - CDS)
เป็นภาวะความผิดปกติของระบบประสาทที่สัมพันธ์กับอายุ คล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมในมนุษย์ โดยเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทและการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมอง มักพบในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป และอาการจะค่อยๆ แย่ลงตามกาลเวลา
20 ธ.ค. 2025
เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันตัวเองในสุนัข(ITP หรือ IMT)
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
22 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy