แชร์

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขวายร้ายที่แอบอยู่ในเลือด!!!!

อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2025
439 ผู้เข้าชม

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขวายร้ายที่แอบอยู่ในเลือด!!!!

การติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข มักเป็นกลุ่มเชื้อโรคที่แอบอยู่ในเลือดของสุนัข ( บางชนิดแอบในเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด แล้วแต่ชนิดของเชื้อ ) มีเห็บเป็นตัวนำเชื้อ เชื้อเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อยๆ คือ E.canis , Babesia , Anaplasma อาการของการติดเชื้อมีตั้งแต่ ซึม , ไม่ร่าเริง , กินอาหารน้อยลง , ตัวร้อน มีไข้ , มีจ้ำแดงที่เหงือกหรือตามตัว , ตัวเหลืองหรือดีซ่าน , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ อาเจียนเป็นเลือด
ที่สำคัญคือ พยาธิเม็ดเลือด จะเหนี่ยวนำให้ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อที่รุนแรงและมากเกิน จนไปทำลายเม็ดเลือดแดง , เกล็ดเลือดของสุนัขให้ลดต่ำลงมาก ( คล้ายๆแพ้ภูมิตัวเอง ) จนเลือดจางมาก เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หรือบางทีพยาธิเม็ดเลือดจะเหนี่ยวนำทำให้เกิดอันตรายต่อตับ ไต และม้าม เกิดภาวะตับวาย ,ไตวาย , ม้ามโตตามมาทำให้เวลารักษาการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด นอกจากจะฆ่าพยาธิเม็ดเลือดแล้ว ยังต้องจัดการและดูแลผลกระทบจากการติดเชื้อไปด้วยเสมอ

***โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้สุนัขได้แล้ว ( ดังนั้นบางทีเราไม่ทันได้สังเกตเห็นครับว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัดแล้วหรือยัง ) ***
เช่นเดียวกันกับการป้องกันเห็บ หมัดเป็นประจำ ( ตามโปรแกรมระยะเวลาป้องกันของแต่ละผลิตภัณฑ์นะครับ ) ยังอาจป้องกันได้ไม่ 100% เลย ( แต่ดีกว่าไม่ป้องกันเยอะมากครับ ) เพราะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของสุนัขแต่ละตัว , ความสามารถของผลิตภัณฑ์ยาแต่ละชนิด , ปริมาณเห็บที่แอบอยู่ตามพื้นดิน พื้นบ้าน ดังนั้นการป้องกันที่ดีนอกจากเลือกผลิตภัณฑ์ยาที่ปลอดภัย ครอบคลุม และมีทะเบียน!!! เพื่อป้องกันอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาของแต่ละผลิตภัณฑ์แล้ว ( จะใช้แบบกิน , แบบหยอด , แบบรายเดือน , ราย 3 เดือน ปรึกษาคุณหมอได้เลยครับ ) จะต้องใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอครับ ( การ์ดอย่าตก ) เพราะต้องไม่ลืมว่า เพียงเห็บกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อพยาธิเม็ดเลือดให้กับสุนัขได้แล้วครับ ( ซึ่งเราอาจสังเกตไม่ทันก็เป็นได้ ) นอกจากนี้การดูแลทำความสะอาดบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญครับ เพื่อลดปริมาณของเห็บ หมัดภายในที่อยู่อาศัยครับ ( ลำพังแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเพียงอย่างเดียว บางทีอาจไม่เพียงพอครับ )

การวินิจฉัยการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด �ความซับซ้อนของการวินิจฉัยการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดคือ
1.สมมติสุนัขได้รับเชื้อเข้าไปในร่างกาย เข้าระบบเลือด
* ช่วงแรกของการติดเชื้อจะไม่พบการตอบสนองแอนติบอดีของร่างกาย ( ตรวจ test kit ผลเป็น ลบ ) , ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR หรือ ดูด้วยสไลด์ อาจผลเป็นบวก
* ช่วงถัดมาเรื่มมีการตอบสนองของแอนตีบอดี้ ( ตรวจ test kit ผลเป็นบวก ) , ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR หรือดูด้วยสไลด์ เป็นผลบวก
* ช่วงเรื้อรัง ตรวจ test kit เป็นบวก แต่ตรวจหาเชื้ออาจไม่พบเชื้อ ดังนั้นเราไม่อาจทราบได้เลยว่า ตอนนี้สุนัขติดเชื้ออยู่ในระยะใด
2. การตรวจหาการตอบสนองของแอนติบอดีร่างกาย ( ตรวจ test kit ) ผลบวก = มีการสัมผัสเชื้อตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึง 6-8 เดือนที่ผ่านมา ( ดังนั้นอาจจะเป็นสาเหตุในครั้งนี้ หรือ ไม่ ก็ได้ ) , ผลลบ = ไม่มีการสัมผัสเชื้อจริงๆ หรือ เป็นช่วงแรกของการติดเชื้อก็เป็นได้ครับ
3. การตรวจหาเชื้อ ( ไม่ว่าจะเป็นการดูสไลด์ หรือ วิธี PCR ) ถ้าผลเป็นลบ = ไม่มีเชื้อในตัวอย่างเลือดที่ส่งตรวจ หรือเป็นการติดเชื้อแบบเรื้อรัง ( ที่ปริมาณเชื้อน้อยจึงตรวจไม่พบ )

ดังนั้นปัจจุบันคุณหมอจะใช้การวินิจฉัยแบบองค์รวมครับ โดยใช้ข้อมูลที่เป็นความเสี่ยงมาประเมิน ( ยิ่งมีความเสี่ยงมาก การวินิจฉัยจะแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ ) เรื่มตั้งแต่ สอบถามประวัติเลยครับ ( พบเจอเห็บ หมัดบนตัว ตามพื้น , เลี้ยงในบ้าน/ นอกบ้าน , มีไปเที่ยวนอกสถานที่หรือไม่ , ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันชนิดใด แบบใด และป้องกันล่าสุดเมื่อใด เป็นต้นครับ ) อาการที่สุนัขแสดงออก ( มีได้ตั้งแต่ ซึม , เบื่ออาหาร, อ่อนแรง , มีไข้ , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ มีเลือดปน , มีจุดเลือดออกตามตัว ) ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ( ตรวจค่าค่าเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด , ค่าตับ , ค่าไต , ค่าสารสีเหลือง , ตรวจ ph และอิเล็กโทรไลท์ในเลือด , ตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ ) ตรวจเฉพาะทางสำหรับพยาธิเม็ดเลือด ( ตรวจ test kit , ตรวจหาเชื้อจากเลือด ( ดูสไลด์ หรือ ส่งตรวจ pcr ) เพื่อนำข้อมูลต่างๆมาประเมินการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด และผลกระทบต่างๆจากการติดเชื้อ นำไปสู่การดูแลรักษาอย่างรอบด้านมากที่สุดครับ หากมีอาการสงสัยว่าสุนัขจะติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด หรือไม่ติดต่อสอบถาม และพาสุนัขมารับการตรวจที่ ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต

บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
สุนัขกลืนสิ่งแปลกปลอม, ผ่าตัดสุนัข, สิ่งแปลกปลอมในกระเพาะอาหาร, ผ่าตัดสัตว์เลี้ยง, โรงพยาบาลสัตว์, PKAHRangsit, ศูนย์การสัตวแพทย์PKAHรังสิต, DogForeignBody, PetSurgery, สัตวแพทย์, สุนัขอาเจียน, ลำไส้อุดตันสุนัข, EmergencyPetCare
น้องจิโน่ ….มาด้วยอาการอาเจียน และซึม จากการซักประวัติ คุณแม่แจ้งว่าน้องแอบกินเศษตุ๊กตา หรือผ้าเข้าไปโดยไม่แน่ใจ และเริ่มแสดงอาการมาประมาณ 3 วัน ก่อนพาไปพบคุณหมอที่แรก คุณหมอวินิจฉัยว่า “มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันในทางเดินอาหาร” พร้อมทำการ X-ray และกลืนแป้งทึบรังสี เพื่อติดตามตำแหน่งสิ่งแปลกปลอม จากนั้นคุณแม่ได้ติดต่อมายัง ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต เพื่อขอให้ทีมสัตวแพทย์ส่องกล้องตรวจภายในกระเพาะอาหาร หากพบสิ่งแปลกปลอมจะพยายามคีบออกโดยไม่ต้องผ่าตัด
27 พ.ค. 2026
สุนัขเป็นโรคผิวหนัง ว่ายน้ำได้ไหม? คำตอบคือ…ได้…แต่ต้องว่ายน้ำให้ถูกวิธีนะ!  น้องที่มีปัญหาโรคผิวหนังบางชนิด การว่ายน้ำสามารถช่วยออกกำลังกาย ลดความเครียด และฟื้นฟูร่างกายได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ เพราะน้ำที่ไม่สะอาดอาจทำให้อาการคัน ผื่น หรือ
น้องที่มีปัญหาโรคผิวหนังบางชนิด การว่ายน้ำสามารถช่วยออกกำลังกาย ลดความเครียด และฟื้นฟูร่างกายได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ เพราะน้ำที่ไม่สะอาดอาจทำให้อาการคัน ผื่น หรือการติดเชื้อแย่ลงกว่าเดิม เลือกสระที่สะอาด ได้มาตรฐาน หลังว่ายน้ำต้องอาบน้ำและเป่าขนให้แห้งสนิท หากมีแผลเปิด หรือผิวหนังอักเสบรุนแรง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน ว่ายน้ำได้ แต่ต้องว่ายแบบใส่ใจผิวหนังน้องด้วยน้า
28 มิ.ย. 2026
โรคมะเร็งเนื้องอกในสุนัขแมว
ปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่สูงวัย เนื้องอก (Tumor/Neoplasm) คือก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งมีทั้งชนิด ไม่ร้ายแรงและชนิด ร้ายแรงที่เรียกว่า มะเร็ง (Cancer) การตรวจพบและวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษา
20 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy