แชร์

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขวายร้ายที่แอบอยู่ในเลือด!!!!

อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2025
191 ผู้เข้าชม

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขวายร้ายที่แอบอยู่ในเลือด!!!!

การติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข มักเป็นกลุ่มเชื้อโรคที่แอบอยู่ในเลือดของสุนัข ( บางชนิดแอบในเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด แล้วแต่ชนิดของเชื้อ ) มีเห็บเป็นตัวนำเชื้อ เชื้อเกี่ยวข้องที่พบได้บ่อยๆ คือ E.canis , Babesia , Anaplasma อาการของการติดเชื้อมีตั้งแต่ ซึม , ไม่ร่าเริง , กินอาหารน้อยลง , ตัวร้อน มีไข้ , มีจ้ำแดงที่เหงือกหรือตามตัว , ตัวเหลืองหรือดีซ่าน , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ อาเจียนเป็นเลือด
ที่สำคัญคือ พยาธิเม็ดเลือด จะเหนี่ยวนำให้ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อที่รุนแรงและมากเกิน จนไปทำลายเม็ดเลือดแดง , เกล็ดเลือดของสุนัขให้ลดต่ำลงมาก ( คล้ายๆแพ้ภูมิตัวเอง ) จนเลือดจางมาก เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หรือบางทีพยาธิเม็ดเลือดจะเหนี่ยวนำทำให้เกิดอันตรายต่อตับ ไต และม้าม เกิดภาวะตับวาย ,ไตวาย , ม้ามโตตามมาทำให้เวลารักษาการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด นอกจากจะฆ่าพยาธิเม็ดเลือดแล้ว ยังต้องจัดการและดูแลผลกระทบจากการติดเชื้อไปด้วยเสมอ

***โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้สุนัขได้แล้ว ( ดังนั้นบางทีเราไม่ทันได้สังเกตเห็นครับว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัดแล้วหรือยัง ) ***
เช่นเดียวกันกับการป้องกันเห็บ หมัดเป็นประจำ ( ตามโปรแกรมระยะเวลาป้องกันของแต่ละผลิตภัณฑ์นะครับ ) ยังอาจป้องกันได้ไม่ 100% เลย ( แต่ดีกว่าไม่ป้องกันเยอะมากครับ ) เพราะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของสุนัขแต่ละตัว , ความสามารถของผลิตภัณฑ์ยาแต่ละชนิด , ปริมาณเห็บที่แอบอยู่ตามพื้นดิน พื้นบ้าน ดังนั้นการป้องกันที่ดีนอกจากเลือกผลิตภัณฑ์ยาที่ปลอดภัย ครอบคลุม และมีทะเบียน!!! เพื่อป้องกันอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาของแต่ละผลิตภัณฑ์แล้ว ( จะใช้แบบกิน , แบบหยอด , แบบรายเดือน , ราย 3 เดือน ปรึกษาคุณหมอได้เลยครับ ) จะต้องใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอครับ ( การ์ดอย่าตก ) เพราะต้องไม่ลืมว่า เพียงเห็บกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อพยาธิเม็ดเลือดให้กับสุนัขได้แล้วครับ ( ซึ่งเราอาจสังเกตไม่ทันก็เป็นได้ ) นอกจากนี้การดูแลทำความสะอาดบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญครับ เพื่อลดปริมาณของเห็บ หมัดภายในที่อยู่อาศัยครับ ( ลำพังแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเพียงอย่างเดียว บางทีอาจไม่เพียงพอครับ )

การวินิจฉัยการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด �ความซับซ้อนของการวินิจฉัยการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดคือ
1.สมมติสุนัขได้รับเชื้อเข้าไปในร่างกาย เข้าระบบเลือด
* ช่วงแรกของการติดเชื้อจะไม่พบการตอบสนองแอนติบอดีของร่างกาย ( ตรวจ test kit ผลเป็น ลบ ) , ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR หรือ ดูด้วยสไลด์ อาจผลเป็นบวก
* ช่วงถัดมาเรื่มมีการตอบสนองของแอนตีบอดี้ ( ตรวจ test kit ผลเป็นบวก ) , ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR หรือดูด้วยสไลด์ เป็นผลบวก
* ช่วงเรื้อรัง ตรวจ test kit เป็นบวก แต่ตรวจหาเชื้ออาจไม่พบเชื้อ ดังนั้นเราไม่อาจทราบได้เลยว่า ตอนนี้สุนัขติดเชื้ออยู่ในระยะใด
2. การตรวจหาการตอบสนองของแอนติบอดีร่างกาย ( ตรวจ test kit ) ผลบวก = มีการสัมผัสเชื้อตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึง 6-8 เดือนที่ผ่านมา ( ดังนั้นอาจจะเป็นสาเหตุในครั้งนี้ หรือ ไม่ ก็ได้ ) , ผลลบ = ไม่มีการสัมผัสเชื้อจริงๆ หรือ เป็นช่วงแรกของการติดเชื้อก็เป็นได้ครับ
3. การตรวจหาเชื้อ ( ไม่ว่าจะเป็นการดูสไลด์ หรือ วิธี PCR ) ถ้าผลเป็นลบ = ไม่มีเชื้อในตัวอย่างเลือดที่ส่งตรวจ หรือเป็นการติดเชื้อแบบเรื้อรัง ( ที่ปริมาณเชื้อน้อยจึงตรวจไม่พบ )

ดังนั้นปัจจุบันคุณหมอจะใช้การวินิจฉัยแบบองค์รวมครับ โดยใช้ข้อมูลที่เป็นความเสี่ยงมาประเมิน ( ยิ่งมีความเสี่ยงมาก การวินิจฉัยจะแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ ) เรื่มตั้งแต่ สอบถามประวัติเลยครับ ( พบเจอเห็บ หมัดบนตัว ตามพื้น , เลี้ยงในบ้าน/ นอกบ้าน , มีไปเที่ยวนอกสถานที่หรือไม่ , ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันชนิดใด แบบใด และป้องกันล่าสุดเมื่อใด เป็นต้นครับ ) อาการที่สุนัขแสดงออก ( มีได้ตั้งแต่ ซึม , เบื่ออาหาร, อ่อนแรง , มีไข้ , เลือดกำเดาไหล , อึ ฉี่ มีเลือดปน , มีจุดเลือดออกตามตัว ) ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ( ตรวจค่าค่าเม็ดเลือดแดง , เม็ดเลือดขาว , เกล็ดเลือด , ค่าตับ , ค่าไต , ค่าสารสีเหลือง , ตรวจ ph และอิเล็กโทรไลท์ในเลือด , ตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ ) ตรวจเฉพาะทางสำหรับพยาธิเม็ดเลือด ( ตรวจ test kit , ตรวจหาเชื้อจากเลือด ( ดูสไลด์ หรือ ส่งตรวจ pcr ) เพื่อนำข้อมูลต่างๆมาประเมินการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด และผลกระทบต่างๆจากการติดเชื้อ นำไปสู่การดูแลรักษาอย่างรอบด้านมากที่สุดครับ หากมีอาการสงสัยว่าสุนัขจะติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด หรือไม่ติดต่อสอบถาม และพาสุนัขมารับการตรวจที่ ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต

บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคสมองเสื่อมในสุนัขและแมว (Cognitive Dysfunction Syndrome - CDS)
เป็นภาวะความผิดปกติของระบบประสาทที่สัมพันธ์กับอายุ คล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมในมนุษย์ โดยเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทและการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมอง มักพบในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป และอาการจะค่อยๆ แย่ลงตามกาลเวลา
20 ธ.ค. 2025
"ปัญหาผิวหนังคือการดูแลตลอดชีวิต! อย่ารักษาแค่ปลายเหตุ แต่ต้องหาสาเหตุให้จบ !"
รู้หรือไม่? โรคผิวหนังและภูมิแพ้ส่วนใหญ่ มักเป็นๆ หายๆ เพราะการรักษาอาการคันอย่างเดียวไม่พอ! สัตว์เลี้ยงต้องการแผนการจัดการที่ครอบคลุมและต่อเนื่องตลอดชีวิต! สาเหตุซ่อนเร้นที่ต้องตรวจหา: ภูมิแพ้จากสิ่งที่มองไม่เห็น: ละอองเกสร, ไรฝุ่น ปรสิตภายนอก: เห็บ, หมัด, ไรขี้เรื้อน เชื้อรา/แบคทีเรีย: ตัวเร่งให้ผิวหนังอักเสบ
19 ธ.ค. 2025
#โรคไตแมว #แมวเป็นโรคไต #อาการโรคไตในแมว #แมวกินน้ำเยอะผิดปกติ #แมวปัสสาวะบ่อย #แมวเบื่ออาหาร #แมวอาเจียน #แมวซึมไม่กินอาหาร #แมวแก่โรคไต #แมวอายุ7ปีขึ้นไป  #ตรวจเลือดแมว #ตรวจค่าไตแมว #ตรวจสุขภาพแมว #ตรวจสุขภาพแมวสูงวัย #ตรวจสุขภาพแมวราคา #ตรวจไตแมว #อาห
โรคไตไม่ใช่โรคร้ายเสมอไป…แมวหลายตัวสามารถอยู่กับโรคไตได้ หลายปี หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และตรวจพบเร็ว “ยิ่งรู้เร็ว = ยิ่งช่วยยืดอายุแมวได้” โรคไตในแมว เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในแมวอายุมากกว่า 7 ปี และมักเป็นแบบ เรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ สามารถชะลออาการและยืดอายุแมวได้ หากตรวจพบเร็วและดูแลอย่างเหมาะสม
12 เม.ย. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy