แชร์

ธนาคารเลือดสุนัขแมวต้องให้เลือดโรคอะไรบ้าง

อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2025
154 ผู้เข้าชม

ธนาคารเลือดสุนัขแมวต้องให้เลือดโรคอะไรบ้าง


ธนาคารเลือดสำหรับสุนัขและแมวมีไว้สำหรับสัตว์ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับเลือดเพื่อรักษาชีวิตหรือเพื่อประคับประคองอาการจากภาวะต่างๆ ซึ่งโรคหรือภาวะที่สุนัขและแมวอาจจะต้องได้รับเลือดได้แก่:


1 ภาวะโลหิตจางในสุนัขแมว (Anemia)
* จากการสูญเสียเลือดเฉียบพลัน (เช่น อุบัติเหตุ, รถชน, ตกตึก, การผ่าตัดใหญ่, เลือดออกในช่องท้อง/ปอด, ตับ-ม้ามแตก)
* จากโรคเรื้อรัง (เช่น ไตวาย, ตับวาย)
* จากโรคที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดง (เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด หรือโรคที่ภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงตัวเอง - Immune-Mediated Hemolytic Anemia, IMHA)


2. ภาวะที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดในสุนัขแมว (Coagulopathy):
* จากการได้รับสารพิษ (เช่น ยาเบื่อหนู)
* จากการถูกสัตว์มีพิษกัด (เช่น งูเขียวหางไหม้)
* จากความผิดปกติแต่กำเนิดหรือที่เกิดขึ้นภายหลังที่ทำให้เลือดออกง่ายผิดปกติ


3. โรคมะเร็งในสุนัขแมว (Cancer):
* เพื่อทดแทนเลือดที่เสียไประหว่างการผ่าตัด
* เพื่อช่วยประคับประคองอาการระหว่างการให้เคมีบำบัด


4. ภาวะเกล็ดเลือดต่ำในสุนัขแมว (Thrombocytopenia):
* ในบางกรณีที่มีเกล็ดเลือดต่ำมากและมีภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจต้องให้ส่วนประกอบของเลือดที่มีเกล็ดเลือด


5. ภาวะฉุกเฉินอื่นๆในสุนัขแมว:
* ที่ทำให้ร่างกายต้องการเซลล์เม็ดเลือดแดงหรือพลาสมาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน
โดยทั่วไปแล้ว การตัดสินใจให้เลือดจะขึ้นอยู่กับการประเมินอาการทางคลินิกและผลการตรวจเลือดของสัตว์ป่วยโดยสัตวแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาว่าสัตว์ป่วยมีภาวะขาดส่วนประกอบของเลือดชนิดใดและรุนแรงเพียงใดจนถึงจุดที่จำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือดเพื่อช่วยชีวิตหรือเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของสัตว์เลี้ยง

 

บทความโดย น.สพ.วรศิษฏ์ ประเสริฐสม (หมอมาร์ช)


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารเลือดสุนัขและแมว ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
ไม่ใช่สุนัขหรือแมวทุกตัวจะสามารถเป็น “ผู้ให้เลือด” ได้การคัดเลือกต้องผ่านเกณฑ์ทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ
23 ก.พ. 2026
สุนัขติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ทำไมเกล็ดเลือดถึงต่ำ มีเลือดออกจมูกและปัสสาวะเป็นเลือด
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025
ศูนย์โรคหัวใจสัตว์เลี้ยง (Heart Center for Pets)
ศูนย์สัตวแพทย์เฉพาะทางที่ให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เนื่องจากโรคหัวใจเป็นภาวะที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำและช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว สัญญาณเตือนของโรคหัวใจในสุนัขแมวที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม
21 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy