แชร์

CT Scan vs MRI ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากที่สุด?

อัพเดทล่าสุด: 19 ธ.ค. 2025
185 ผู้เข้าชม

CT Scan vs MRI ต่างกันยังไง? และแบบไหนเหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณมากที่สุด?


เวลาน้องหมาหรือน้องแมวมีอาการที่ต้องตรวจเชิงลึก หลายคนมักสับสนว่าจะเลือกตรวจ CT ดีหรือ MRI ดี
วันนี้ทางศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH ขออธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ พร้อมภาพประกอบน่ารัก ๆ ให้เจ้าของตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
CT Scan (ซีทีสแกน) เหมาะกับการตรวจที่ต้องการ ความรวดเร็ว และ โครงสร้างแข็ง
เช่น กระดูก ข้อ ปอด ช่องอก ช่องท้อง การตกเลือด หรือประเมินอุบัติเหตุ
ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 510 นาที เหมาะมากสำหรับน้องที่อยู่นิ่งไม่ได้นาน หรือมีภาวะฉุกเฉิน
MRI (เอ็มอาร์ไอ) เหมาะกับการตรวจ ความละเอียดสูง โดยเฉพาะอวัยวะระบบประสาท
เช่น สมอง ไขสันหลัง กล้ามเนื้อ หูชั้นใน หรือโรคระบบประสาทต่าง ๆ
จุดเด่นคือให้ภาพที่คมชัดมาก ไม่ใช้รังสี ปลอดภัยในระยะยาว


สรุปง่าย ๆ
CT = เร็ว, เหมาะกับกระดูก-อุบัติเหตุ-เลือดออก
MRI = ละเอียด, เหมาะกับสมอง-ไขสันหลัง-ระบบประสาท
ที่ ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH เรามีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทาง พร้อมแนะนำการตรวจที่ เหมาะสมที่สุด ให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ
เพราะทุกเคสแตกต่างกัน และเราเชื่อว่าการวินิจฉัยที่ถูกต้องคือก้าวแรกของการรักษาที่ดีที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคระบบทางเดินหายใจในสุนัขและแมว
ปัญหาที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการหายใจและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงโดยตรง โรคเหล่านี้สามารถเกิดได้ทั้งในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และส่วนล่าง อาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ไอ (Coughing) จาม (Sneezing) หายใจลำบาก (Dyspnea) / หอบ น้ำมูก/น้ำตาไหล เยื่อเมือกสีคล้ำ/ม่วง อาการอื่น ๆ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ อ่อนเพลีย
19 ธ.ค. 2025
โรคสมองเสื่อมในสุนัขและแมว (Cognitive Dysfunction Syndrome - CDS)
เป็นภาวะความผิดปกติของระบบประสาทที่สัมพันธ์กับอายุ คล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมในมนุษย์ โดยเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทและการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมอง มักพบในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป และอาการจะค่อยๆ แย่ลงตามกาลเวลา
20 ธ.ค. 2025
เมื่อเกล็ดเลือดถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันตัวเองในสุนัข(ITP หรือ IMT)
ปกติแล้วเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหยุดเลือดออกครับ เปรียบเหมือนอิฐที่ไปอุดรูรั่วของบาดแผล ( ร่วมกับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอื่นๆ ที่ทำให้การหยุดของเลือดสมบูรณ์ ) ดังนั้นแน่นอน ถ้าปริมาณเกล็ดเลือดน้อยลง โอกาสที่เลือดจะออกมานอกเส้นเลือด จะมีมากขึ้น เลือดออกนอกร่างกาย = เลือดออกจากจมูก , เลือดปนออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ , เลือดออกจากบาดแผล เลือดออกมาแล้วอยู่ในร่างกาย = มีจุดจ้ำเลือด ช้ำใต้ผิวหนัง , มีเลือดในช่องอก ช่องท้อง
22 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy