ผ่าตัดแก้ไขเอ็นไขว้หัวเข่าในสุนัข
เกิดได้กับสุนัขทุกขนาด แต่มักพบในขนาดกลางและขนาดใหญ่ หรือกรณีสุนัขสูงวัย
รายละเอียดของโรค :
1. การวินิจฉัยและการตัดสินใจ:
○ สัตวแพทย์จะตรวจร่างกาย โดยการคลำตรวจเป็นหลัก และอาจมีการถ่ายภาพรังสี (X-ray) เพื่อประเมินความเสียหายของกระดูกส่วนอื่นๆ
○ การฉีกขาดอาจเป็นแค่บางส่วนหรือฉีกขาดทั้งหมด
○ ในกรณีที่ฉีกขาดไม่สมบูรณ์และสุนัขมีน้ำหนักน้อย อาจมีการรักษาแบบประคับประคองโดยไม่ผ่าตัด เช่น การพักผ่อน การควบคุมน้ำหนัก การให้ยาแก้ปวดและบำรุงข้อ หรือการใส่กายอุปกรณ์ช่วย (Knee orthosis) แต่การผ่าตัดมักจำเป็นสำหรับกรณีส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสุนัขที่ยังใช้งานขาได้ไม่ดีและมีอาการปวดเรื้อรัง
2. วิธีการผ่าตัด แบ่งเป็น 2 วิธี ดังนี้ :
○ การใส่เอ็นเทียม (Extra-capsular/Suture technique): เป็นการใช้ไหมหรือวัสดุสังเคราะห์ยึดข้อเข่าให้มั่นคงแทนเอ็นที่ขาดไป เหมาะกับสุนัขขนาดเล็กถึงกลาง
○ การปรับมุมกระดูก (Osteotomy techniques): เป็นการผ่าตัดกระดูกเพื่อเปลี่ยนมุมของข้อเข่าให้เกิดความมั่นคงทางกลไกโดยไม่ต้องใช้เอ็นไขว้หน้า (เช่น TPLO - Tibial Plateau Leveling Osteotomy, TTA - Tibial Tuberosity Advancement) วิธีนี้ได้รับความนิยมในสุนัขขนาดใหญ่หรือแอคทีฟ เนื่องจากมักให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
3. การพักฟื้นและการดูแลหลังผ่าตัด:
○ การจำกัดบริเวณ: สำคัญมาก โดยทั่วไป 8-12 สัปดาห์ เจ้าของต้องไม่ปล่อยให้สุนัขวิ่งเล่น กระโดด หรือออกกำลังกายหักโหม
○ กายภาพบำบัด: เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สุนัขกลับมาใช้ขาได้ปกติได้เร็วขึ้นและแข็งแรงขึ้น เช่น การใช้เลเซอร์รักษา การทำธาราบำบัด โดยการว่ายน้ำ หรือเดินสายพานใต้น้ำ
■ การผ่าตัดแบบใส่เอ็นเทียม: อาจใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จึงกลับมาใช้งานขาได้ปกติ
■ การผ่าตัดแบบปรับมุมกระดูก (เช่น TPLO/TTA): อาจใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงกลับมาใช้งานขาได้ปกติ
4. ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน:
○ การติดเชื้อ, การไม่สมานของกระดูก, หรือการที่เอ็น/วัสดุยึดเกิดความเสียหายซ้ำ
○ ข้ออักเสบ (Osteoarthritis) มักจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะมีการผ่าตัดหรือไม่ก็ตาม
○ สุนัขที่มีปัญหาที่เข่าข้างหนึ่ง มักมีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาที่เข่าอีกข้างในอนาคต