เชื้อราแมว (Ringworm) สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ทาสแมวต้องรู้
Last updated: 27 Apr 2026
837 Views

เชื้อราแมว (Ringworm) สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ทาสแมวต้องรู้
เชื้อราแมว หรือ Ringworm เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในแมว โดยเฉพาะใน ลูกแมว แมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือแมวที่เลี้ยงรวมกันหลายตัว โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่าย ทั้งระหว่างสัตว์เลี้ยงด้วยกัน และสามารถติดต่อสู่คนได้ด้วย
ดังนั้นทาสแมวควรสังเกตอาการให้ไว และพาน้องไปตรวจรักษาอย่างถูกวิธี
สาเหตุของเชื้อราในแมว
โรคเชื้อราในแมวโดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อราชื่อ Microsporum canis ซึ่งอาศัยอยู่บน ผิวหนัง ขน และเล็บของแมว
เชื้อราสามารถแพร่กระจายได้จาก
• การสัมผัสแมวที่ติดเชื้อ
• การใช้ของร่วมกัน เช่น ที่นอน กรง หวี หรือผ้า
• สภาพแวดล้อมที่อับชื้น
• แมวที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีความเครียด
อาการของเชื้อราในแมว
อาการที่พบบ่อยในแมวที่ติดเชื้อรา ได้แก่
• ขนร่วงเป็น วงกลมหรือเป็นหย่อม ๆ
• ผิวหนังแดง เป็นสะเก็ด หรือมีขุยคล้ายรังแค
• มีอาการคัน เกา หรือเลียบริเวณนั้นบ่อย
• บางตัวอาจมีแผลตกสะเก็ด
• มักพบที่ ใบหน้า หู ขา และหาง
ในลูกแมวหรือแมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาการอาจลุกลามเป็น หลายจุดทั่วตัว
วิธีวินิจฉัยเชื้อราในแมว
สัตวแพทย์อาจใช้วิธีตรวจหลายแบบร่วมกัน เช่น
• ตรวจด้วย Wood’s lamp (UV light) 5hkz] ถ้าผลเป็น "บวก" จะเรืองแสงสีเหลืองขึ้นมา แต่เป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นเท่านั้น
• เก็บตัวอย่างขนหรือผิวหนังที่มีรอยโรค เพื่อส่องกล้องจุลทรรศน์ และส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ
• เพาะเชื้อราเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อ
การตรวจอย่างละเอียดช่วยให้สัตวแพทย์ วางแผนการรักษาได้ตรงจุด
การดูแลและป้องกันการแพร่เชื้อ
เนื่องจากเชื้อราสามารถแพร่กระจายได้ง่าย ควรดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย
• แยกแมวที่ติดเชื้อออกจากตัวอื่น
• ทำความสะอาดที่นอน ผ้าห่ม และของใช้ของสัตว์เลี้ยง
• ดูดฝุ่นและฆ่าเชื้อบริเวณบ้านเป็นประจำ
• ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง
สิ่งสำคัญที่ทาสแมวควรรู้
เชื้อราแมวเป็นโรคที่ สามารถรักษาหายได้ หากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าแมวมีอาการ ขนร่วงเป็นวง ผิวหนังเป็นสะเก็ด หรือคันผิดปกติ ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษา และป้องกันการลุกลามและการแพร่เชื้อไปยังสัตว์ตัวอื่นหรือคนในบ้าน
เชื้อราแมว หรือ Ringworm เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในแมว โดยเฉพาะใน ลูกแมว แมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือแมวที่เลี้ยงรวมกันหลายตัว โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่าย ทั้งระหว่างสัตว์เลี้ยงด้วยกัน และสามารถติดต่อสู่คนได้ด้วย
ดังนั้นทาสแมวควรสังเกตอาการให้ไว และพาน้องไปตรวจรักษาอย่างถูกวิธี
สาเหตุของเชื้อราในแมว
โรคเชื้อราในแมวโดยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อราชื่อ Microsporum canis ซึ่งอาศัยอยู่บน ผิวหนัง ขน และเล็บของแมว
เชื้อราสามารถแพร่กระจายได้จาก
• การสัมผัสแมวที่ติดเชื้อ
• การใช้ของร่วมกัน เช่น ที่นอน กรง หวี หรือผ้า
• สภาพแวดล้อมที่อับชื้น
• แมวที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีความเครียด
อาการของเชื้อราในแมว
อาการที่พบบ่อยในแมวที่ติดเชื้อรา ได้แก่
• ขนร่วงเป็น วงกลมหรือเป็นหย่อม ๆ
• ผิวหนังแดง เป็นสะเก็ด หรือมีขุยคล้ายรังแค
• มีอาการคัน เกา หรือเลียบริเวณนั้นบ่อย
• บางตัวอาจมีแผลตกสะเก็ด
• มักพบที่ ใบหน้า หู ขา และหาง
ในลูกแมวหรือแมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาการอาจลุกลามเป็น หลายจุดทั่วตัว
วิธีวินิจฉัยเชื้อราในแมว
สัตวแพทย์อาจใช้วิธีตรวจหลายแบบร่วมกัน เช่น
• ตรวจด้วย Wood’s lamp (UV light) 5hkz] ถ้าผลเป็น "บวก" จะเรืองแสงสีเหลืองขึ้นมา แต่เป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นเท่านั้น
• เก็บตัวอย่างขนหรือผิวหนังที่มีรอยโรค เพื่อส่องกล้องจุลทรรศน์ และส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ
• เพาะเชื้อราเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อ
การตรวจอย่างละเอียดช่วยให้สัตวแพทย์ วางแผนการรักษาได้ตรงจุด
การดูแลและป้องกันการแพร่เชื้อ
เนื่องจากเชื้อราสามารถแพร่กระจายได้ง่าย ควรดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย
• แยกแมวที่ติดเชื้อออกจากตัวอื่น
• ทำความสะอาดที่นอน ผ้าห่ม และของใช้ของสัตว์เลี้ยง
• ดูดฝุ่นและฆ่าเชื้อบริเวณบ้านเป็นประจำ
• ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง
สิ่งสำคัญที่ทาสแมวควรรู้
เชื้อราแมวเป็นโรคที่ สามารถรักษาหายได้ หากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าแมวมีอาการ ขนร่วงเป็นวง ผิวหนังเป็นสะเก็ด หรือคันผิดปกติ ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษา และป้องกันการลุกลามและการแพร่เชื้อไปยังสัตว์ตัวอื่นหรือคนในบ้าน
Related Content
เมื่อน้องหมาหรือน้องแมวมีอาการ ซึม อ่อนแรง เหนื่อยง่าย หายใจเร็ว เบื่ออาหาร หรือมีเหงือกซีดผิดปกติ เจ้าของหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการป่วยทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะโลหิตจาง (Anemia) ซึ่งหากมีความรุนแรงมาก อาจส่งผลต่อการนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ และเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์อย่างรวดเร็ว
18 Aug 2026
ความซุกซนของสัตว์เลี้ยงอาจกลายเป็นเหตุฉุกเฉินที่เจ้าของไม่คาดคิด “น้องจิมมี่” สุนัขพันธุ์ปั๊ก อายุ 7 เดือน เข้ารับการรักษาที่ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต หลังมีอาการอาเจียนต่อเนื่องนาน 5 วัน จากการกลืนสิ่งแปลกปลอมลงไปในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการอุดตัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
9 Jun 2026
เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้นได้!
เพราะการรักษาที่ดีที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการ วินิจฉัยที่ชัดเจนและทันเวลา! [PKAH RANGSIT]
เราใช้เครื่อง CT Scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลเพื่อนซี้ของคุณค่ะ
CT Scan ช่วยน้องได้อย่างไรบ้าง?
19 Dec 2025


