CT Scan ช่วยวินิจฉัยโรคอะไรในสุนัขและแมวได้บ้าง? - ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH รังสิต
Last updated: 8 Mar 2026
133 Views

CT Scan ช่วยวินิจฉัยโรคอะไรในสุนัขและแมวได้บ้าง?
การตรวจ CT Scan (Computed Tomography) เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ที่ให้ภาพภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงแบบ สามมิติ ทำให้สัตวแพทย์สามารถเห็นรายละเอียดของ อวัยวะ กระดูก และเนื้อเยื่อ ได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป จึงช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น
โรคที่สามารถวินิจฉัยได้ด้วย CT Scan
1. เนื้องอกและมะเร็ง
ช่วยตรวจพบก้อนเนื้องอกในอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมอง ช่องอก ช่องท้อง หรือโพรงจมูก รวมถึงประเมิน ขนาด ตำแหน่ง และการกระจายของก้อนเนื้อ
2. โรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท
เช่น เนื้องอกในสมอง ภาวะเลือดออกในสมอง สมองบวม หรือความผิดปกติของกะโหลกศีรษะ
3. โรคโพรงจมูกและไซนัส
เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการ จามเรื้อรัง มีเลือดกำเดา หรือสงสัยก้อนเนื้อในโพรงจมูก
4. โรคกระดูกและข้อ
ช่วยตรวจหากระดูกหักที่ซับซ้อน กระดูกแตก ข้อเสื่อม หรือความผิดปกติของกระดูกที่การเอกซเรย์ทั่วไปอาจมองเห็นไม่ชัด
5. โรคช่องอกและปอด
เช่น ก้อนเนื้อในปอด ภาวะน้ำในช่องอก หรือความผิดปกติของหลอดลม
6. โรคในช่องท้อง
ช่วยตรวจดูอวัยวะภายใน เช่น ตับ ม้าม ไต ลำไส้ รวมถึงการค้นหาก้อนเนื้อหรือสาเหตุของอาการปวดท้องและอาเจียนเรื้อรัง
7. การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
CT Scan สามารถประเมินความเสียหายภายในร่างกาย เช่น กระดูกแตก เลือดออกภายใน หรืออวัยวะฉีกขาด
ข้อดีของการตรวจ CT Scan
✨ ให้ภาพรายละเอียดสูง เห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจน
✨ ช่วยวางแผนการรักษาและการผ่าตัดได้แม่นยำมากขึ้น
✨ ช่วยค้นหาสาเหตุของโรคที่ตรวจด้วยวิธีอื่นแล้วไม่พบ
การตรวจ CT Scan จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับการรักษา ตรงจุดและมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้น
การตรวจ CT Scan (Computed Tomography) เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ที่ให้ภาพภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงแบบ สามมิติ ทำให้สัตวแพทย์สามารถเห็นรายละเอียดของ อวัยวะ กระดูก และเนื้อเยื่อ ได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป จึงช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำมากขึ้น
โรคที่สามารถวินิจฉัยได้ด้วย CT Scan
1. เนื้องอกและมะเร็ง
ช่วยตรวจพบก้อนเนื้องอกในอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมอง ช่องอก ช่องท้อง หรือโพรงจมูก รวมถึงประเมิน ขนาด ตำแหน่ง และการกระจายของก้อนเนื้อ
2. โรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท
เช่น เนื้องอกในสมอง ภาวะเลือดออกในสมอง สมองบวม หรือความผิดปกติของกะโหลกศีรษะ
3. โรคโพรงจมูกและไซนัส
เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการ จามเรื้อรัง มีเลือดกำเดา หรือสงสัยก้อนเนื้อในโพรงจมูก
4. โรคกระดูกและข้อ
ช่วยตรวจหากระดูกหักที่ซับซ้อน กระดูกแตก ข้อเสื่อม หรือความผิดปกติของกระดูกที่การเอกซเรย์ทั่วไปอาจมองเห็นไม่ชัด
5. โรคช่องอกและปอด
เช่น ก้อนเนื้อในปอด ภาวะน้ำในช่องอก หรือความผิดปกติของหลอดลม
6. โรคในช่องท้อง
ช่วยตรวจดูอวัยวะภายใน เช่น ตับ ม้าม ไต ลำไส้ รวมถึงการค้นหาก้อนเนื้อหรือสาเหตุของอาการปวดท้องและอาเจียนเรื้อรัง
7. การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
CT Scan สามารถประเมินความเสียหายภายในร่างกาย เช่น กระดูกแตก เลือดออกภายใน หรืออวัยวะฉีกขาด
ข้อดีของการตรวจ CT Scan
✨ ให้ภาพรายละเอียดสูง เห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจน
✨ ช่วยวางแผนการรักษาและการผ่าตัดได้แม่นยำมากขึ้น
✨ ช่วยค้นหาสาเหตุของโรคที่ตรวจด้วยวิธีอื่นแล้วไม่พบ
การตรวจ CT Scan จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับการรักษา ตรงจุดและมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้น
Related Content
เป็นภาวะที่ต่อมผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ฮอร์โมนเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมเมตาบอลิซึม การเจริญเติบโต และความสมดุลของร่างกายทั้งหมด
โรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยมีดังนี้
20 Dec 2025
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 Dec 2025
โรคหัวใจในสุนัขและแมวเป็นภาวะที่เกิดความผิดปกติของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงเหนื่อยง่าย ไอ หายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร มีน้ำในช่องท้อง หรืออาจเป็นลม ซึ่งมักแสดงอาการรุนแรงเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว การสังเกตอาการ การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตามคำแนะนำสัตวแพทย์ เช่น การให้ยาที่ถูกต้อง การจำกัดเกลือ และการเสริมทอรีนในแมว เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
19 Jan 2026


