Share

โรคระบบทางเดินหายใจในสุนัขและแมว

Last updated: 19 Dec 2025
86 Views
โรคระบบทางเดินหายใจในสุนัขและแมว


ปัญหาที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการหายใจและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงโดยตรง โรคเหล่านี้สามารถเกิดได้ทั้งในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และส่วนล่าง อาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ไอ (Coughing) จาม (Sneezing) หายใจลำบาก (Dyspnea) / หอบ น้ำมูก/น้ำตาไหล
เยื่อเมือกสีคล้ำ/ม่วง อาการอื่น ๆ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ อ่อนเพลีย


การป้องกัน
วัคซีน: การฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่สำคัญ เช่น วัคซีนรวมประจำปีสำหรับแมว (ป้องกัน FHV และ FCV) และวัคซีน Kennel Cough สำหรับสุนัข
การควบคุมสภาพแวดล้อม: หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่นละออง สารเคมี และน้ำหอมปรับอากาศที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
การลดความเครียด: จัดสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัย โดยเฉพาะในแมวที่มักป่วยจากไวรัสเมื่อเกิดความเครียด
การจัดการน้ำหนัก: ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินมักมีปัญหาในการหายใจได้ง่ายกว่า
กักกันสัตว์ป่วย: หากสัตว์เลี้ยงแสดงอาการ ควรแยกออกจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

Related Content
โรคหัวใจในสุนัขแมว
โรคหัวใจในสุนัขและแมวเป็นภาวะที่เกิดความผิดปกติของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ทำให้สัตว์เลี้ยงเหนื่อยง่าย ไอ หายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร มีน้ำในช่องท้อง หรืออาจเป็นลม ซึ่งมักแสดงอาการรุนแรงเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว การสังเกตอาการ การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตามคำแนะนำสัตวแพทย์ เช่น การให้ยาที่ถูกต้อง การจำกัดเกลือ และการเสริมทอรีนในแมว เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
19 Jan 2026
ทำหมันแมวตัวผู้ควรทำตั้งแต่อายุเท่าไร
การทำหมันแมวตัวผู้ (การผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออก หรือ Orchidectomy) ถือเป็นขั้นตอนที่ ปลอดภัยมาก มีความซับซ้อนน้อย และใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่าแมวตัวเมีย การทำหมันแมวตัวผู้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพและพฤติกรรมของแมวในระยะยาว ซึ่ง outweighs ความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงต่ำ
21 Dec 2025
สุนัขติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือด ทำไมเกล็ดเลือดถึงต่ำ มีเลือดออกจมูกและปัสสาวะเป็นเลือด
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 Dec 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy