บริการ CT Scan สัตว์เลี้ยง
อัพเดทล่าสุด: 24 พ.ค. 2026
810 ผู้เข้าชม

CT Scan สำหรับสัตว์เลี้ยง คืออะไร?
การทำ CT Scan (Computed Tomography Scan) คือการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่ช่วยสร้างภาพตัดขวางภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงแบบละเอียด ทำให้สัตวแพทย์สามารถมองเห็นอวัยวะ กระดูก สมอง ช่องอก ช่องท้อง หรือก้อนเนื้อต่าง ๆ ได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป เหมาะสำหรับการวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อน และช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
CT Scan ช่วยตรวจอะไรได้บ้าง?
- ตรวจสมองและระบบประสาท
- ตรวจโพรงจมูกและช่องหู
- ตรวจหมอนรองกระดูกและกระดูกสันหลัง
- ตรวจอุบัติเหตุ กระดูกแตก กระดูกหัก
- ตรวจหาก้อนเนื้อหรือมะเร็ง
- ตรวจช่องอก ปอด และหัวใจ
- ตรวจช่องท้องและอวัยวะภายใน
- วางแผนก่อนการผ่าตัด
- ให้ภาพละเอียดและแม่นยำสูง
- ใช้เวลาตรวจไม่นาน
- ช่วยค้นหาความผิดปกติที่เอกซเรย์ทั่วไปมองไม่เห็น
- ช่วยวางแผนการรักษาและการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดความเสี่ยงในการวินิจฉัยคลาดเคลื่อน
สัตว์เลี้ยงแบบไหนที่ควรทำ CT Scan?
- น้องที่มีอาการชัก เดินเซ หรือมีปัญหาทางระบบประสาท
- สุนัขแมวที่มีอุบัติเหตุรุนแรง
- สัตว์เลี้ยงที่สงสัยมีก้อนเนื้อหรือมะเร็ง
- น้องที่มีอาการเรื้อรัง หาสาเหตุไม่พบ
- เคสที่ต้องวางแผนผ่าตัดเฉพาะทาง
โทร: 091-789-3888
LINE: https://lin.ee/vVb4qnx
Website: www.pkahrangsit.com
แผนที่: https://share.google/VoafaDDL4tNGr4Lqr
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปัญหากระดูกและข้อ ไม่ได้เกิดเฉพาะในสัตว์สูงอายุ แต่สามารถพบได้ตั้งแต่อายุน้อย โดยเฉพาะสัตว์พันธุ์ใหญ่ สัตว์น้ำหนักเกิน หรือสัตว์ที่มีพันธุกรรมเสี่ยง การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้วางแผนดูแล ป้องกัน และรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนอาการจะรุนแรงขึ้น
18 พ.ค. 2026
ศูนย์การสัตวแพทย์ PKAH เราเข้าใจดีว่า การอาบน้ำตัดขนเป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่มันคือ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ!
การดูแลที่พิถีพิถันของเรา ช่วยให้... ขนร่วงน้อยลง: ลดปัญหาขนพันกันและช่วยกระตุ้นการผลัดขนเก่า ทำให้ขนใหม่แข็งแรงขึ้น
19 ธ.ค. 2025
พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ E.canis , Anaplasma, Babisia และ hepatozoon โดยพบว่าพาหะที่สำคัญของการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเหล่านี้คือ เห็บสีน้ำตาล โดยการกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถส่งเชื้อให้กับสุนัขได้แล้ว แม้บางที เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า สุนัขเคยโดนเห็บกัด แล้วหรือยังครับ
เพราะวงจรชีวิตของเห็บจะอาศัยบนตัวสุนัข 3 ครั้ง โดยการกินเลือด เพื่อเจริญเติบโตและลงไปฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ขึ้น และ ลง จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน
ดังนั้นจะต้องป้องกันเก็บอย่างน้อย 3 เดือน และต่อเนื่องด้วย : โดยเห็บจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม 80% อยู่บนตัวสุนัขเพียง 20% ดังนั้นการควบคุมเห็บจึงต้องควบคุมการติดเชื้อบนตัวสุนัข และสิ่งแวดล้อมที่สุนัขอยู่ด้วย
22 ธ.ค. 2025


